หลังจากปลอบอวิ๋นโส่วจงให้สบายใจยอมรับเงินสองหมื่นตำลึงแล้ว อวิ๋นเจียวก็ให้ฉี่ซานไปที่ห้องของนาง ส่วนอวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อยังคงพูดคุยกันต่อในห้องโถง
ฟางซื่อเอ่ยว่า “ท่านก็อย่าคิดมากเลย ในเมื่อพวกเรามีฝีมือในการหาเงินไม่เท่าเจียวเอ๋อร์ เช่นนั้นก็ดูแลบ้านช่องให้ดี ดูแลเจียวเอ๋อร์ให้ดีก็พอแล้ว ตอนนี้เรามีเงินมากมายขนาดนี้ ข้าว่าพวกเราทำตามที่เจียวเอ๋อร์บอกก็แล้วกัน ตกแต่งบ้านให้ดีขึ้นอีกหน่อย นางจะได้อยู่อย่างสุขสบาย”
“บางทีเจียวเอ๋อร์ของพวกเราอาจจะเป็นผู้สูงศักดิ์แต่กำเนิดก็ได้ แม้จะอยู่ในชนบท สวรรค์ก็ไม่อาจทนเห็นนางต้องอยู่อย่างลำบากได้”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า ถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “เป็นเช่นนั้นกระมัง ข้าคงกลัวจนเกินเหตุไปหน่อย! ท่านอาจารย์ฮุ่ยเจวี๋ยก็เคยกล่าวไว้ว่าเจียวเอ๋อร์ของพวกเราเป็นคนมีบุญวาสนาแต่กำเนิด!”
“เจ้าพูดถูก พวกเราสองคนดูแลเจียวเอ๋อร์ให้ดีก็พอ รอจนพวกเราแก่เฒ่าจนขยับเขยื้อนไม่ได้แล้ว ก็ยังมีฉี่เยว่กับฉี่ซานคอยดูแลนาง ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้เจียวเอ๋อร์ของพวกเราใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้กังวลไปตลอดชีวิต”
ฟางซื่อเอ่ยยิ้มๆ “ท่านคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้ว ข้าว่าตอนนี้พวกเราน่าจะหาคนรับใช้มาช่วยงานสักสองสามคน สูตรลับในมือเจียวเอ๋อร์ให้นางเก็บไว้คนเดียวก็พอแล้ว ส่วนงานหนักพวก