เมื่อได้ยินว่าที่บ้านสูญเสียที่ดินชั้นเลวไปเพียงสี่หมู่ แต่กลับมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละยี่สิบตำลึงเงิน อวิ๋นโส่วจู่ก็เบาใจ การแลกเปลี่ยนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว ที่ดินชั้นเลวสี่หมู่ ขายไปก็ได้แค่สิบกว่าตำลึงเงินเท่านั้น แต่พอแยกบ้านออกไปแบบนี้
บ้านพี่ใหญ่กับบ้านเจ้าสี่กลับได้บ้านคนละสองห้อง กับที่ดินชั้นเลวอีกคนละสองหมู่ แต่ทุกปีกลับต้องจ่ายเงินให้บ้านเดิมถึงสิบตำลึงเงิน
ไม่รู้ว่าสองบ้านนั้นสมองกลับหรืออย่างไร ถึงได้โง่เขลาเช่นนี้ แต่พวกเขาโง่ก็ดีแล้ว หากทุกคนฉลาดเฉลียวไปหมด เขาก็คงฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นที่บ้านก็ลดภาระไปได้ตั้งเจ็ดปากท้อง!
“ท่านแม่ การแยกบ้านเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือขอรับ ท่านลองคิดดูสิ ที่ดินของบ้านเรา ปลูกไปหนึ่งปีก็ได้เงินไม่มากเท่าไหร่ ตอนนี้แยกบ้านกันแล้ว รวมกับเงินค่าเลี้ยงดูจากบ้านพี่รองด้วย หนึ่งปีพวกเราก็มีรายได้เพิ่มขึ้นตั้งสามสิบตำลึงเงิน เทียบกันแล้ว การเสียที่ดินชั้นเลวไปสี่หมู่ไม่นับว่าเสียหายอะไร”
“พอมีรายได้ประจำแล้ว พวกเราก็นำที่ดินไปให้คนอื่นเช่าทำกิน ทุกๆ ปีพวกเรารอเก็บค่าเช่าก็พอแล้ว รอน้องห้าสอบเป็นบัณฑิตระดับซิ่วไฉ และบัณฑิตระดับจวี่เหรินได้ พวกเราก็ไม่ต้องจ่ายภาษีแล้ว ทางการยังมอบเงินและเสบียงอาหารให้น้อ