งห้าอีกด้วย ท่านแม่ รอวันที่พวกโง่พวกนั้นต้องเสียใจภายหลังได้เลย!”
อวิ๋นโส่วจู่ดีใจที่ตอนนี้ที่ดินของบ้านเขาสามารถเอาไปให้คนอื่นเช่าทำไร่แทน เขาก็ไม่จำเป็นต้องลงไปทำนาเองแล้ว อีกสองปีพออวิ๋นเหมยเอ๋อร์แต่งงาน หากอวิ๋นโส่วหลี่สอบเป็นบัณฑิตระดับซิ่วไฉได้ ก็คงต้องเตรียมตัวสอบเป็นบัณฑิตระดับจวี่เหรินต่อ คงไม่มีเวลามาดูแลเรื่องในบ้าน สุดท้ายแล้วทรัพย์สมบัติพวกนี้ก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี
เถาซื่อแสยะยิ้ม “หึ เงินทองหรือ เจ้าลองไปถามพ่อของเจ้าดูสิว่าได้เห็นแม้แต่หนึ่งอีแปะหรือไม่?”
อวิ๋นโส่วจู่ได้ยินดังนั้นก็รีบถามเสียงดัง “อะไรนะ? พวกเขากล้าไม่ให้งั้นหรือ ท่านพ่อไม่ต้องกังวล ข้าจะไปทวงให้ท่านเองขอรับ!” กล่าวจบอวิ๋นโส่วจู่ก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกไปข้างนอก
ผู้เฒ่าอวิ๋นรีบเคาะกล้องยาสูบเรียกเขา “กลับมานี่! ทวงอะไรอีก? พี่รองของเจ้าเอาเงินค่ารถม้ามาหักลบกลบหนี้หมดแล้ว!”
อวิ๋นโส่วจู่รู้สึกหมดเรี่ยวแรงลงทันที เอ่ยด้วยความไม่เต็มใจ “นี่มันคนละเรื่องกันนะขอรับ เหตุใดถึงเอาเงินค่ารถม้ามาหักลบกลบหนี้กันเล่า พี่รองเดินทางมาไกลเช่นนี้ ก็ควรจะมอบเงินค่าเลี้ยงดูให้ท่านบ้างมิใช่หรือ? ก็แค่รถม้าเก่าๆ สองคัน ถึงกับต้องคิดเล็กคิดน้อยกับท่านด้วยหรือ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็โกรธจนแทบระงับ