้ยินเสียงด่าทอของเถาซื่อดังมาจากนอกบ้าน หลิ่วซื่อที่กำลังหลับเพลินถูกอวิ๋นโส่วจู่ถีบตกเตียง ไล่นางออกไปทำงาน
หลิ่วซื่อรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างยิ่ง แต่เพราะบ้านใหญ่กับบ้านสามก็แยกบ้านกันไปหมดแล้ว งานบ้านงานเรือนทั้งหมด เถาซื่อจึงโยนให้นางรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
พอนางเห็นจ้าวซื่อ สะใภ้ใหญ่ที่ไม่เคยมีรอยยิ้มบนใบหน้ามาก่อน บัดนี้ยิ้มแย้มออกมาจากในห้องด้วยความยินดี แล้วทำงานบ้านอย่างขะมักเขม้น ความอิจฉาและริษยาในใจก็พลันก่อตัวขึ้นราวกับวัชพืชที่เติบโตอย่างบ้าคลั่ง
หลิ่วซื่อยิ้มทักทายอย่างเสแสร้ง “พี่สะใภ้ใหญ่ อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ!”
จ้าวซื่อเงยหน้ามองท้องฟ้า เอ่ยอย่างซื่อๆ ว่า “น้องสะใภ้ นี่ก็ไม่เช้าแล้ว พี่ใหญ่ของเจ้าออกไปทำงานหมดแล้ว”
หลิ่วซื่อยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “พี่สะใภ้ใหญ่ เหตุใดพวกท่านถึงยอมแยกบ้านกันเล่า? อย่าไปฟังน้องรองของพวกท่านเลย! เขาไม่ใช่คนดีอะไรหรอก เขากำลังทำร้ายพวกท่านอยู่นะ!”
“ปีละสิบตำลึงเงิน แถมยังต้องดูแลค่ากินอยู่ของคนทั้งบ้าน พี่สะใภ้ใหญ่ ต่อให้พี่ใหญ่ของท่านทำงานหนักจนตายก็หาเงินมาให้ไม่พอหรอก! ไม่งั้นข้าไปช่วยพวกท่านขอร้องท่านแม่ ให้พวกท่านกลับมารวมกับตระกูลอวิ๋นเดิมดีหรือไม่?”
จ้าวซื่อเป็นคนอ่อนโยนและซื่อสัตย์ ตอนอยู่บ้านตระกูลอวิ๋น ส่วนใหญ่แล้วนางไ