ข้าไม่คิดเลยว่าความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในศิลาเซียนหยินหยางจะมีพลังเพิ่มมากขึ้น แม้กระทั่งปราณหยินหยางก็ไม่อาจควบคุมมันได้ มันดูดซับพลังงานเหล่านั้นและเสริมพลังของตัวเองอย่างรวดเร็ว หากมันเติบโตได้สำเร็จ มันก็คงมีผลลัพธ์เดียวนั้นก็คือภัยพิบัติ”
และข้าไม่รู้ว่าสิ่งชั่วร้ายนี้เกิดขึ้นเพราะมันได้ซ่อนตัวอยู่ในศิลาเซียนหยินหยาง ถ้าข้าไม่ใช้พลังระเบิดหิน ข้าก็ไม่อาจเอามันออกได้ อย่างไรก็ตามจิตวิญญาณม่วง-ฟ้าต้องมาที่นี่ ดังนั้นพวกเขาควรจะมีวิธีจัดการกับสิ่งชั่วร้ายนี้ ข้าแค่ต้องให้เวลาพวกเขาสักหน่อย จากนั้นโมเทียนหยุนก็ไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง มีประกายของการตัดสินใจผ่านดวงตาของเขา ขณะที่เขาพูดว่า ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะปล่อยร่างแยกและให้มันเข้าไประงับพลังของมันภายในหิน
ด้วยอย่างนี้ ร่างกายของโมเทียนหยุนจึงพร่ามัว เขากลายเป็นพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวและแบ่งออกเป็น 2 ร่าง และอีกร่างก็เข้าไปในหินอย่างระมัดระวังเพื่อควบคุมสิ่งชั่วร้ายภายใน
อย่างไรก็ตามพลังของโมเทียนหยุนก็เหลือเพียงหนึ่งในสามเมื่อมันเข้าไปในหิน สองในสามถูกพลังของหินกำจัดออกไป
พริบตาก็ผ่านไปสามวัน เจี้ยนเฉินนั่งอยู่ในห้องของตระกูลเต่า ไข่มุกที่หลังคายังคงส่องสว่างออกมา พวกมันส่องเสียงออกมาเพียงน้อย ๆ ทำให้ดูมืดสลัว ๆ
เจี้ยนเฉินที่ถือแกนอสูรระดับสูงที่เกือบจะกลายเป็นหิน เขาหักโหมอย่างมากเพื่อที่จะดูดซับพลังงานจนเกือบภายในจะว่าง