เบิกตากว้าง เด็กสาวคนนี้ช่างไม่เกรงใจกันเอาเสียเลย! กล้าตำหนิซื่อจื่อของพวกเขาว่าไร้มารยาทเชียวหรือ!
ที่สำคัญคือซื่อจื่อของพวกเขาไม่เพียงไม่โกรธเคือง แต่ดูเหมือน… ว่าจะ… เพลิดเพลินใจเสียอีก? หรือว่าซื่อจื่อมีนิสัยชอบถูกทารุณ? จางหลิงเผลอปล่อยใจคิดฟุ้งซ่านไปไกลโดยไม่รู้ตัว
ฉู่อี้เอ่ยว่า “เช่นนั้นวันนี้ข้าเลี้ยงเอง เชิญเจ้าไปทานอาหารที่ร้านอู่เว่ยไจเป็นการไถ่โทษดีหรือไม่?”
อวิ๋นเจียวส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ไว้คราวหน้าเถิด ตอนเย็นท่านแม่ข้ารอพวกข้าอยู่”
ฉู่อี้ได้ยินอวิ๋นเจียวพูดว่า ‘พวกข้า’ จึงเอ่ยถาม “ท่านอามาเป็นเพื่อนเจ้ากระมัง ไม่ทราบว่าท่านอาอยู่ที่ใด? ในเมื่อมาถึงแล้ว ข้าก็ควรไปกล่าวขอบคุณเขาด้วยตัวเอง”
อวิ๋นเจียวจิบชา ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนักว่า “ท่านพ่อข้าอยู่ที่ศาลาว่าการอำเภอ อีกเดี๋ยวข้าจะไปหาเขาแล้ว หากท่านอยากจะขอบคุณเขาก็ไว้คราวหน้าเถิด วันนี้เขาไม่ว่าง”
ศาลาว่าการหรือ? แววตาของฉู่อี้พลันลุ่มลึกขึ้น เด็กหนุ่มส่งสายตาให้จางหลิง จางหลิงเข้าใจความหมาย จึงรีบโค้งตัวแล้วเดินออกไป
“เครื่องประทินผิวที่พวกเจ้าเอามาให้คราวก่อนนั้นเป็นของดี น่าเสียดายที่จำนวนน้อยไปหน่อย”
เขาส่งของสิ่งนั้นไปเมืองหลวงแล้ว และส่งต่อเข้าไปในวังหลวง พระสนมองค์นั้นได้ไปก็พึงพอใจเป็นอย่างยิ