่ง และด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้จึงยิ่งหลงใหลนาง… ส่วนท่านผู้นั้นที่เมืองหลวงก็ตอบรับน้ำใจของเขาเช่นกัน เรื่องของเขานั้น อีกฝ่ายได้เริ่มลงมือจัดการให้แล้ว
อวิ๋นเจียวเอ่ยว่า “สิ่งนั้นเป็นของหายาก ต้องทำเครื่องประทินผิวหลายครั้งกว่าจะทำได้หนึ่งถึงสองขวด แต่ครั้งนี้ที่ข้ามาก็เพื่อจะขายของ ไม่ทราบว่าท่านจะเป็นคนกำหนดราคา หรือว่าให้หลงจู๊คนเดิมเป็นคนกำหนดราคาดี?” กล่าวจบชุนเหมยก็ยื่นห่อผ้าให้อวิ๋นเจียว แล้วเปิดห่อผ้านั้นออกต่อหน้าฉู่อี้
อวิ๋นเจียวหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากห่อผ้า หลังจากนั้นเมื่อเปิดกล่องออก สบู่ทำมือสีชมพูกึ่งโปร่งแสงก้อนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าฉู่อี้
ฉู่อี้ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นี่คืออะไรหรือ?”
“ท่านยังมิได้บอกข้าเลยว่าใครจะเป็นคนกำหนดราคา!” อวิ๋นเจียวไม่อยากอธิบายซ้ำอีกรอบ เพราะรู้ว่าคุณชายสูงศักดิ์เช่นฉู่อี้ ต่อให้เขาจะเป็นเจ้าของร้านนี้ แต่เขาก็คงไม่ได้เป็นคนดูแลเอง
ฉู่อี้ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น เขารู้สึกว่าเด็กสาวที่ทำท่าทางจริงจังในตอนนี้น่าสนใจยิ่งนัก “ฮ่าๆๆ… ใครก็ได้ไปตามอวิ๋นเหนียงมา!”
อวิ๋นเหนียงยืนรออยู่ที่หน้าประตูอยู่แล้ว พอได้ยินฉู่อี้เรียกนางก็รีบเดินเข้ามา นางค้อมตัวคำนับฉู่อี้อย่างอ่อนช้อย “คารวะนายน้อยเจ้าค่ะ”
จากนั้นก็หันไป