“จริงหรือ?”
“เช่นนั้นก็ดีเลย!”
“ใช่แล้ว พี่รองพูดถูก เช่าของใครก็เหมือนกัน งั้นข้าก็เช่าที่นาของพี่รองแล้วกัน บ้านข้ามีข้าเป็นแรงงานชายเพียงคนเดียว ข้าขอเช่าน้อยหน่อย บ้านพี่ใหญ่มีแรงงานชายหลายคน พี่ใหญ่ก็เช่าเยอะๆ เลยสิ”
อวิ๋นโส่วจงพอใจกับความถ่อมตนของอวิ๋นโส่วเย่า จึงเอ่ยขึ้นว่า “ที่นามีเยอะ พวกท่านอยากเช่าเท่าไหร่ก็เช่าเลย อีกสองสามวัน ผู้ใหญ่บ้านน่าจะให้คำตอบแล้ว”
“ถึงตอนนั้นที่นามีมากขึ้น คงต้องปล่อยเช่าหรือจ้างคนมาช่วยทำนา ข้าคงต้องรบกวนพี่ใหญ่กับน้องสามช่วยข้าดูแลสักหน่อย”
สองพี่น้องดีใจจนเนื้อเต้น รู้สึกว่าในที่สุดชีวิตก็มีความหวังขึ้นมา จึงรีบตอบตกลงทันที
ตอนที่ทั้งสองครอบครัวกลับไป อวิ๋นโส่วจงยังยัดเงินห้าตำลึงให้กับพวกเขาคนละห้าตำลึง ทั้งสองคนไม่ยอมรับ อวิ๋นโส่วจงจึงพูดว่า “ไม่ได้ให้เปล่าๆ ปีหน้าพวกท่านมีเงินแล้ว ก็ค่อยเอามาคืนข้าพร้อมเงินสิบตำลึงนั่นก็แล้วกัน”
ทั้งสองครอบครัวเพิ่งแยกบ้านออกมา แม้แต่หม้อข้าวหม้อแกงยังไม่มี หากไม่มีเงิน พวกเขาสองครอบครัวคงต้องอยู่อดๆ อยากๆ เป็นแน่
เมื่อได้ยินอวิ๋นโส่วจงบอกว่าจะให้พวกเขาคืน ทั้งสองคนจึงไม่เกรงใจอีกต่อไป ยอมรับเงินมาเก็บไว้ คิดว่าพรุ่งนี้จะช่วยน้องรองชำแหละหมูป่า แล้วไปซื้อพวกหม้อไหและข้าวสารที่ในตำบล
ฟางซื่อเดินตามออกม