าซื่อกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“หุบปาก! เรื่องนี้ข้าตัดสินใจแล้ว!” เถาซื่อทรุดตัวลงกับพื้น แล้วร้องไห้โฮออกมา แต่ไม่มีใครสนใจนางเลยสักคน
“แต่ว่าข้ามีข้อแม้ หากพวกเจ้าตกลง ข้าจะยอมแยกบ้านให้ แต่หากไม่ตกลง เช่นนั้นก็ไม่มีการแยกบ้าน! ต่อให้เจ้าสี่จะกลับมาไม่ได้แล้ว ข้าผู้เป็นพ่อก็ทำเต็มที่แล้ว แต่ไม่มีหนทางจริงๆ ก็ถือว่าเป็นกรรมของมัน ให้มันรับกรรมไปเอง!”
อวิ๋นโส่วเย่า น้องชายคนที่สามลุกขึ้นยืนแล้วถามว่า “ท่านพ่อ มีข้อแม้ใด? เชิญท่านพ่อกล่าวมา!”
ครอบครัวพี่ใหญ่ก็มองผู้เฒ่าอวิ๋นด้วยความกังวล กลัวว่าเขาจะเสนอข้อแม้ที่โหดร้ายเกินไป
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยขึ้น “ตามหลักแล้ว บุตรชายคนโตได้ส่วนแบ่งเจ็ดส่วน พี่น้องที่เหลือแบ่งกัน แต่แบบนั้นคือการแบ่งมรดกโดยที่ไม่มีผู้อาวุโส ตอนนี้ข้ากับเถาซื่อยังมีชีวิตอยู่ ส่วนแบ่งเจ็ดส่วนนี้เป็นของข้ากับเถาซื่อ รอพวกเราตายแล้ว พวกเจ้าพี่น้องค่อยมาแบ่งกัน”
“ทรัพย์สมบัติที่เหลืออีกสามส่วน แบ่งออกเป็นห้าส่วน พวกเจ้าสี่พี่น้องได้คนละส่วน อีกส่วนเป็นสินสอดของเหมยเอ๋อร์ ตอนนี้มีเพียงเจ้าสามกับเจ้าใหญ่ที่แยกบ้านออกไป ฉะนั้นส่วนของเจ้าห้า เจ้าสี่ และเหมยเอ๋อร์ ยังคงเป็นของข้ากับเถาซื่อ”
“ตอนนี้ที่ดินของตระกูลอวิ๋นมีทั้งหมด ยี่สิบแปดหมู่ แบ่งเป็นที่ไร่สิบแปดหมู่ และนา