ที่อีกหลายคนนั้นละอากับอำนาจของเผ่าหลันชานความโกรธฉายแววอยู่ในดวงตาของหัวหน้า แต่เขาก็ซ่อนมันไปอย่างรวดเร็ว เขายืนขึ้นและป้องมือไปที่หลันโม่ เขาพูด “ช่างเป็นเกียรติกับนักผจญภัยฟ้าครามนักที่คุณชายใหญ่หลันโม่เหลือบมองที่พวกเรา อย่างไรก็ตาม พวกเราเคลื่อนไหวกันเองเสมอ ดังนั้น ข้าต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจและปฏิเสธข้อเสนอของท่าน”“โชวชูหยุน ข้าไม่เคยเอ่ยปากเชิญกลุ่มนักผจญภัยมาก่อน เจ้าเป็นกลุ่มแรก แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะปฏิเสธน้ำใจของข้า เจ้าดูถูกข้างั้นหรือ ? ” น้ำเสียงของหลันโม่กลายเป็นเย็นชาขึ้นมาโชวชูหยุนยังคงยิ้ม “คุณชายหลันโม่เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่มีความตั้งใจที่จะดูถูกท่านเลย พวกเราแค่เคยเคลื่อนไหวกันเองเท่านั้น”ยามรักษาการในชุดเกราะเดินมาจากด้านหลังของหลันโม่ เขาจ้องเขม็งไปที่โชวชูหยุน “มันเป็นเกียรติสำหรับเจ้าที่คุณชายหลันโม่มาเชิญเจ้า ดังนั้นอย่าเลือกผิดล่ะ เจ้าต้องเข้าร่วมกับพวกเรา หรือไม่งั้นเจ้าก็จะไม่ได้ออกไปจากโรงเตี้ยมในวันนี้”บรรยากาศในโรงเตี้ยมเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่ยามรักษาการพูด คนที่นั่นหยุดสิ่งที่กำลังทำและหันไปทางหลันโม่และนักผจญภัยฟ้าครามคนของนักผจญภัยฟ้าครามทั้งหมดหน้าซีด มีเพียงชายชรา 2 คนเท่านั้นที่ยังสงบอยู่เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นใบหน้าของโชวชูหยุนหมองลง ในเมื่อสถานการณ์มาจนถึงจุดนี้แล้ว เขาก็คงต้องอ่อนน้อมก่อนถ้าเขาจะพยายามเอาออกมาจากจุดนี้ให้ไ