ากสาขาซู เช่นกันกับสาขาหยวน ในขณะที่สาขาชิงนั้นทรงพลังที่สุด พวกเขามีผู้อาวุโสสูงสุดถึง 3 คน ผู้อาวุโสสูงสุดของสาขาซูเป็น 2 คนที่เจี้ยนเฉินคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เจียงหยาง ซู หยวนเซียว และเจียงหยาง ซู เซียว ผู้อาวุโสสูงสุดอีก 2 คนจากสาขาหยวนชื่อ เจียงหยาง หยวน วูจิ และเจียงหยาง หยวน เจิ้งหัว นอกเหนือไปจากเจียงหยาง ชิง หยุนแล้ว เจี้ยนเฉินก็ได้พบกับผู้อาวุโสสูงสุดที่เหลืออีกทั้งสองคนของสาขาชิงไปแล้วเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ เจียงหยางชิง จูริซึ่งเป็นคนที่มาที่เมืองลอร์เพื่อที่จะมาเอาโถงศักดิ์สิทธิ์จันทร์แจ่ม ในขณะที่คนสุดท้ายคือผู้อาวุโสสูงสุดคนที่ติดอยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์จันทร์แจ่มเมื่อตอนหลายปีก่อน เขาคือ เจียงหยาง ชิง หยุนเฟิงหลังจากการแนะนำจากเจียงหยาง ซู หยวนเซียวแล้ว เจียงหยาง ชิง จูริจึงพูดออกมา “หยวนเซียว เจ้าควรเรียกเขาว่าเจียงหยาง เซียงเทียนนะ เพราะว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะกว่า พวกเรามาทิ้งชื่อเจี้ยนเฉินไปดีกว่า จากวันนี้เป็นต้นไป จะมีเพียงเจียงหยาง เซียงเทียนบนทวีปเท่านั้น ไม่มีเจี้ยนเฉิน” สายตาที่เจียงหยาง ชิง จูริมองไปที่เจี้ยนเฉินนั้นซ่อนความเย็นชาที่มองไม่เห็นอยู่“ฮ่าฮ่าฮ่า จูริ เจ้าพูดได้ดี ในเมื่อเจียงหยาง เซียงเทียนกลับมาที่ตระกูลแล้ว พวกเราควรเรียกเขาด้วยแซ่ของเขา พวกเรามาทิ้งชื่อเจี้ยนเฉินไปวันนี้กันเถอะ” เจียงหยาง ชิง หยุนเห็นด้วยพร้อมยิ้มเจียงหยาง ชิง หยุนเฟิง และผู้อาวุโสสู