รค์ถึงได้เข้ามายุ่งอย่างลับ ๆรุยจิน หงเหลียน และเฮยยู่ก็จ้องอย่างเคร่งเครียดไปที่ซึ่งพิณหายไป พวกเขายังนิ่งเงียบ“แม่นางผู้นั้นทรงพลังมาก นางสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างไร้ร่องรอย แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถสัมผัสพลังแห่งการมีอยู่ของนางได้” สักพักต่อมา เฮยยู่ก็ถอนหายใจออกมา“ในตอนที่พวกเราพบกับนางเมื่อหลายปีก่อนที่เกาะมังกร นางยังเป็นแค่เซียนผู้คุมกฎ นางทรงพลังขนาดนี้ได้ยังไงตอนนี้ ? นางปกปิดความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้ก่อนหน้านี้งั้นหรือ ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความสามารถของนางที่ปิดบังความแข็งแกร่งที่แท้จริงได้นั้นก็ยอดเยี่ยมมาก” รุยจินพึมพำออกมา เขายังสับสนหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน“คนผู้นั้นทรงพลังมาก แค่โน้ตเดียวก็ทำให้วิญญาณของข้าสั่นไหวได้ เจ้ารู้จักนางหรือ ? ” หงเหลียนจ้องเขม็งไปตรงที่ที่พิณหายไป นางเคร่งเครียดมากรุยจินพนักหน้าแล้วตอบกลับ “ข้าได้พบนางมาก่อน นางอยู่กับเจี้ยนเฉินในตอนนั้น นางใช้พิณเป็นอาวุธ แต่ข้าไม่คิดว่านางจะทรงพลังขนาดนี้”“เฮาหวู่!” ซาร์ ไคยุนจ้องไปที่เฮาหวู่อย่างตื้นตัน ในขณะที่เขาถือนางเอาไว้ นางร้องเรียกออกไปอย่างนุ่มนวล เสื้อสีม่วงของนางย้อมไปด้วยเลือด ซึ่งทำให้นางดูน่าเวทนามากเฮาหวู่ก้มหน้าลงไปมองที่นาง ท่าทางของเขาสับสน “ไคยุน ไคยุน เจ้าสบายดีหรือไม่ ? เจ้าบาดเจ็บสาหัสหรือเปล่า ? ” เสียงของเฮาหวู่เต็มไปด้วยความห่วงใยซาร์ ไคยุนส่ายหน้าเบา ๆ ในขณะที่น้ำตาไหลลงมาที่แก้มข