ดิ ยังไงก็เถอะ โปรดส่งตัวไป่เจี้ยนมาให้ข้าด้วย”“น้องเจี้ยนเฉิน ไป่เจี้ยนไม่ได้อยู่ในพระราชวังในตอนนี้ ถ้าเจ้าต้องการที่จะตามหาเขา เจ้าอาจจะต้องไปที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะพบเขาที่นั่น” บรรพบุรุษจักรพรรดิกล่าว“จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์” เจี้ยนเฉินพึมพำ เขาไม่คิดว่าไป่เจี้ยนจะหนีไปที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ แต่เขาก็พูดต่อทันที “จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่มาก การตามหาใครสักคนคงเป็นไปไม่ได้ ผู้อาวุโสบอกสถานที่ที่เจาะจงเลยได้หรือไม่ ? ““ตระกูลซาร์ในเมืองแห่งเทพเจ้า” บรรพบุรุษจักรพรรดิตอบกลับสายตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายทันทีเมื่อเขาได้ยินแบบนั้น เขาคิดย้อนไปถึงตอนที่เขาต้องเผชิญกับศัตรูจากทุก ๆ ที่เนื่องจากตระกูลซาร์ ซึ่งนั่นทำให้ใบหน้าของเขาหมองลงไปเล็กน้อย“ผู้อาวุโส ข้าขอบคุณที่บอกข้า ลาก่อน ! ” เจี้ยนเฉินป้องมือไปที่ส่วนลึกของพระราชวังก่อนที่จะจากไปพร้อมกับรุยจินและคนอื่น“น้องเจี้ยนเฉิน จักรวรรดิเฟยลี่ของพวเราปรารถนาที่จะเป็นมิตรตลอดกาลกับเจ้า ถ้าเจ้ามีเวลาในอนาคต เจ้ามาเยี่ยมที่จักรวรรดิของพวกเราได้เสมอ” เสียงของบรรพชนจักรพรรดิดังออกมาอีกครั้ง เสียงนั้นเดินทางไปไกลมากและหยุดอยู่ชัดเจนที่หูของเจี้ยนเฉินกลุ่มของเจี้ยนเฉินเดินทางออกไปไกลจากพระราชวังก่อนที่จะจากไปผ่านประตูมิติ พวกเขาเดินทางไปที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ชายวัยกลางคนมองไปที่ที่นั่งของจักรพรรดิบรรพบุรษในโถงที่สวยงาม