กครองไหนก็ได้อย่างไรก็ตาม บรรพบุรุษจักรพรรดินั้นก็อยู่ในส่วนลับใกล้กับด้านหลังของพระราชวังเพื่อฝึกฝนอยู่เสมอและแทบจะไม่ยุ่งกับอะไรเลย เขาปรากฏออกมาน้อยมากในช่วงเวลาหลายร้อยปีนี้ และน้อยคนนักที่จะได้มีสิทธิ์ในการพบเขาเป็นการส่วนตัว ทุกคนแค่เคยได้ยินถึงการมีอยู่ของเขาเท่านั้น ซึ่งทำให้หลายคนตกใจเมื่อพวกเขาได้รู้ว่าเสียงที่มาจากส่วนลึกของพระราชวังนั้นเป็นของบรรพชนจักรพรรดิเจี้ยนเฉินยิ้มกับสิ่งที่บรรพบุรุษจักรพรรดิพูด เขาป้องมือไปที่ส่วนลึกในพระราชวังและพูดออกมาเสียงดัง “ผู้อาวุโสเป็นคนที่แน่วแน่จริง ๆ ในเมื่อไป่เจี้ยนไม่ได้เป็นคนของจักรวรรดิเฟยลี่แล้ว ข้าก็ไม่มีปัญหาใดกับจักรวรรดิ ยังไงก็เถอะ โปรดส่งตัวไป่เจี้ยนมาให้ข้าด้วย”“น้องเจี้ยนเฉิน ไป่เจี้ยนไม่ได้อยู่ในพระราชวังในตอนนี้ ถ้าเจ้าต้องการที่จะตามหาเขา เจ้าอาจจะต้องไปที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะพบเขาที่นั่น” บรรพบุรุษจักรพรรดิกล่าว“จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์” เจี้ยนเฉินพึมพำ เขาไม่คิดว่าไป่เจี้ยนจะหนีไปที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ แต่เขาก็พูดต่อทันที “จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่มาก การตามหาใครสักคนคงเป็นไปไม่ได้ ผู้อาวุโสบอกสถานที่ที่เจาะจงเลยได้หรือไม่ ? ““ตระกูลซาร์ในเมืองแห่งเทพเจ้า” บรรพบุรุษจักรพรรดิตอบกลับสายตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายทันทีเมื่อเขาได้ยินแบบนั้น เขาคิดย้อนไปถึงตอนที่เขาต้องเผชิญกับศัตรูจากทุก ๆ ที่เนื่องจ