าลูกของข้าไปในตอนนั้น เขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ อีกทั้งท่านยังช่วยชีวิตข้า ความมีน้ำใจของท่านต่อพวกเราทั้งสองนั้นยิ่งใหญ่จนข้าไม่สามารถทดแทนได้ทั้งชีวิต” รัมกุยเนสพูดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจการกระทำของรัมกุยเนสทำให้เจี้ยนเฉินปวดใจ หลังจากที่ลังเลเล็กน้อยเขาก็พูดออกมา “ผู้อาวุโส พวกเราอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้กันเลย ไปจากที่นี่กันเถอะ”ครั้งนี้ รัมกุยเนสไม่ได้พูดอะไร นางเดินไปที่ชายแดนของเทือกเขาครอสพร้อมกับเจี้ยนเฉินและเสือขาวราชาเปิงไม่สามารถเงียบเฉยอยู่ได้ ในขณะที่เขามองดูกลุ่มของเจี้ยนเฉินค่อย ๆ ห่างออกไปเรื่อย ๆ เขาพูด “รัมกุยเนส ลูกของเจ้าเป็นสัตว์เทวะ พยัคฆ์ปีกเทวะ ข้าหวังว่าสัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่จะอยู่ที่นี่และคอยปกป้องตระกูลกิลลิกันได้และจะช่วยนำสัตว์อสูรทั้งหมดในเทือกเขาครอสนี้ ทุกคนในตระกูลกิลลิกันยินดีที่จะติดตามสัตว์เทวะผู้ยิ่งใหญ่” ราชาเปิงคุกเข่าลงหนึ่งข้าง ในขณะที่เขาพูดจบ“พวกเราอยากที่จะติดตามสัตว์เทวะผู้ยิ่งใหญ่ ! “ผู้อาวุโสทั้งหมดคุกเข่าลงหนึ่งข้าง และพวกเขาทั้งหมดก็พูดตามที่ราชาเปิงพูด ไม่มีใครไม่เห็นด้วย“พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่ ตระกูลกิลลิกันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้าแล้ว ข้าไม่ได้เป็นคนของตระกูลมานานมากแล้ว” รัมกุยเนสพูดโดยไม่หันกลับไปมอง ตระกูลกิลลิกันได้สร้างบาดแผลทางใจให้กับทางนาง และทำให้นางสิ้นหวังราชาเปิงลังเลทันทีหลังจากนั้น เขาลอบถอนใจในขณะที่สีหน้าเขาแ