ราจะตามหาพวกเขา” น้ำเสียงของรุยจินสงบลงไม่ได้ มันมีแววแห่งความตื่นเต้นที่ยากจะปิดเอาไว้ได้“เจ้ามั่นใจหรือเปล่า ? ” หงเหลียนตื่นเต้นรุยจินพยักหน้าแล้วพูด “ในตอนที่พยัคฆ์ปีกเทวะให้ของเหล่านี้กับพวกเรา เขาบอกว่าพวกเราจำเป็นที่จะต้องมีคนสำคัญนี้เพื่อที่จะตามหาเผ่าของพวกเรา และคนผู้นี้เป็นมนุษย์หนุ่มที่วัตถุเซียนรับเอาเป็นนาย”“พยัคฆ์ปีกเทวะพูดว่าพวกเราจะเป็นที่จะต้องปกป้องเจี้ยนเฉินถ้าพวกเราต้องการที่จะตามหาคนของเผ่าของเรา นอกเหนือไปจากนั้น เขายังบอกว่าพวกเราจะไม่สามารถหาเพื่อนร่วมตระกูลของพวกเราได้เลยถ้าเจี้ยนเฉินตาย”“เจี้ยนเฉิน เป็นเขาจริง ๆ ด้วย เขายังอายุไม่มาก แล้วพยัคฆ์ปีกเทวะไปรู้จักคนอย่างเขาได้อย่างไร บางทีมันอาจจะจริงที่พยัคฆ์ปีกเทวะยังไม่ตาย แต่เขากำลังซ่อนตัวอยู่และเฝ้ามองทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่…” หงเหลียนพึมพำ นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
ตาของหงเหลียนแข็งทื่อทันทีเมื่อเห็นรุยจินเอาชุดเกราะสีแดงออกมา นางจ้องตาไม่กระพริบไปที่มันและปิ่นปักผมสีแดงที่งดงาม
นางสาบานได้เลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นของทั้งสองชิ้นนี้ แต่นางก็รู้สึกถึงความคุ้นเคยกับเกราะและปิ่นปักผมนี้ ในความน่าเหลือเชื่อนี้ นางรู้สึกถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดแบบแปลก ๆ ต่อสิ่งของ 2 ชิ้นนี้ เหมือนกับว่าเกราะขนนกนี้และปิ่นปักผมเคยเป็นของนางมาก่อน
หงเหลียนจ้องตาไม่กระพริบไปที่เกราะขนนกที่อยู่ในมือของรุยจิน สายตาของนางมอ