งไปในขณะที่นางคิดหนักและนานว่านางเคยเห็นของพวกนี้ที่ไหน เช่นเดียวกันที่คิดว่าทำไมนางถึงได้คุ้นเคยกับของพวกนี้นัก
ทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ถูกขังอยู่ก็ปรากฏออกมา ข้อมูลจากความทรงจำที่สืบทอดมาของนางก็พุ่งพวยออกมา ซึ่งทำให้นางเข้าใจทันที่ว่าสิ่งของเหล่านี้คืออะไรและทำใมนางถึงได้คุ้นกับสิ่งของพวกนี้นัก
“นะ นะ นี่เป็นสมบัติในตำนานของตระกูลฟีนิกซ์เพลิงเทวะของข้า เกราะขนนกเทพเพลิงและปิ่นเทพเพลิง” หงเหลียนร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เพราะว่าตระกูลฟีนิกซ์เพลิงเทวะและตระกูลมังกรได้หายไปจากโลกแล้ว สมบัติทั้งสองอย่างนี้ก็น่าจะหายไปกับตระกูลด้วย ดังนั้นพวกมันจึงไม่น่าออกมาปรากฎบนโลกนี้ได้อีกครั้ง รุยจินกำลังถือของทั้งสองสิ่งนี้อยู่ซึ่งมันทำให้นางเหลือเชื่อ
“ถูกต้อง นี่เป็นสมบัติในตำนานของตระกูลเจ้า เกราะขนนกเทพเพลิงและปิ่นเทพเพลิง หงเหลียน ข้าจะให้ของสองสิ่งแก่เจ้าตอนนี้” รุยจินยื่นมือของเขาออกไปพร้อมกับส่งสิ่งของเหล่านี้ให้
หงเหลียนค่อนข้างอึ้ง นางไม่อยากจะเชื่อว่าของเหล่านี้ปรากฏอยู่ต่อหน้านาง นางยื่นมือออกไปรับอย่างไม่รู้ตัว มือของนางสั่นในขณะที่นางรับสิ่งของมาจากรุยจิน นางไม่ได้ละสายตาจากของสองสิ่งนี้เลยตลอดที่คุยกัน
สักพักต่อมา หงเหลียนก็สงบลง นางละสายตาจากสิ่งของแล้วจ้องเขม็งไปที่รุยจิน “รุยจิน เจ้าไปได้สมบัติในตำนานของตระกูลข้ามาจากที่ไหนกัน ? ไม่ใช่ว่าสห