ปยุ่งอะไร”..ทุกคนจากตระกูลผู้พิทักษ์อีกเก้าตระกูลพูดออกมา พวกเขาทั้งหมดต่อต้านความปรารถนาของเจี้ยนเฉินที่จะเอาเมืองอัคนีกลับไปและไม่ต้องการที่จะให้เขาขยายกำลังของเขา พวกเขาพูดออกมาอย่างเคร่งเครียดและไม่ยอมให้มีการต่อรองใดใดใบหน้าของเจี้ยนเฉินหมอง เขาหันไปที่ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเจียงหยางช้า ๆ และพูดอย่างเฉยเมยว่า “ในตอนนี้ท่านมี 2 ทางเลือก ทางแรกคือไล่ตระกูลผู้พิทักษ์อื่นไปพร้อมกับข้าและเอาเมืองอัคนีที่เป็นของข้ากลับมา ทางเลือกที่สองก็คงจะเป็นข้า เจี้ยนเฉินที่จะออกจากตระกูลเจียงหยางและไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกท่านอีกต่อไป”ท่าทางของผู้อาวุโสสูงสุดเปลี่ยนไปและเจียงหยาง ชิง หยุนก็ตะโกนออกมาทันที “เจี้ยนเฉิน สายเลือดของตระกูลเจียงหยางหมุนเวียนอยู่ในตัวของเจ้า เจ้าไม่สามารถละทิ้งมันไปได้เพียงเพราะว่าเจ้าต้องการจะทำแบบนั้น เจ้าต้องไม่ยุ่งเรื่องของเมืองอัคนีอีกต่อไป นี่เป็นกฎระหว่างพวกเราตระกูลผู้พิทักษ์”“เจ้าไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ข้าทำอะไรได้ทั้งนั้น ข้าไม่สนใจว่าใครจะขวางทางข้าในวันนี้ ข้าจะเอาเมืองอัคนีกลับคืนมา” เจี้ยนเฉินตะโกนออกมา“เจ้า…” เจียงหยาง ชิง หยุนโกรธเกรี้ยวตระกูลผู้พิทักษ์อื่นทั้งหมดมองหน้ากันและกัน สถานการณ์ดูค่อนข้างละเอียดอ่อน เนื่องจากเจี้ยนเฉินเป็นสมาชิกของตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสิบ เขาจึงสามารถให้ตระกูลของเขาในการเก็บรักษาพยัคฆ์ปีกเทวะเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์