“ที่แท้ก็เป็นของที่ขโมยมานี่เอง มิน่าถึงไปเที่ยวหอวั่นฮวาได้ ดูจากการแต่งกายของเขาก็ไม่น่าจะมีเงิน”
“นึกว่าเป็นแค่นักเลงไถเงิน ที่แท้ก็เป็นหัวขโมย”
“นี่ เด็กน้อย หากพวกเจ้าจำคนไม่ผิดก็รีบไปแจ้งความที่ศาลาว่าการเถอะปล่อยให้คนแบบนี้หนีไปจะไม่ดีเอานะ”
อวิ๋นเจียวพูดเสียงดังจนผู้คนรอบข้างที่มุงดูต่างก็ได้ยินกันหมด ใบหน้าของอวิ๋นโส่วจู่พลันเปลี่ยนสี เขาลุกพรวดขึ้นจากพื้น ชี้หน้าด่าอวิ๋นเจียวว่า “ยายเด็กตัวแสบ ข้าเป็นอาสี่ของเจ้า รถม้าเป็นของตระกูลอวิ๋น ย่าของเจ้าเป็นคนบอกให้ข้าขายเอง!”
เดิมทีมีคนอยากรู้อยากเห็นกำลังจะไปแจ้งความเผื่อจะได้รางวัลตอบแทนบ้าง แต่พอได้ยินอวิ๋นโส่วจู่พูดเช่นนั้น พวกเขาก็ล้มเลิกความคิด บ้าจริง ที่แท้ก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่รู้เรื่องอะไรทำให้พวกเขาเข้าใจผิดหมด
สารถีได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจียวนึกว่าปัญหาของตนจะได้รับการแก้ไขในทันที กำลังจะผ่อนคลายลง แต่เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นโส่วจู่ ใจที่กำลังโล่งอกพลันกระตุกขึ้นมาอีกครั้ง วันนี้เขาไม่ได้ดูฤกษ์งามยามดีก่อนออกจากบ้านไม่คิดเลยว่าคนที่รีดไถเงินจากเขาจะเป็นญาติกับแขกที่เขารับมา
“คุณหนูคุณชายทั้งสามดูข้าก็รู้ว่าน่าสงสาร ช่วยเห็นใจข้าด้วย ปล่อยข้าไปเถิด” อย่ารีดไถเขาเลย เขาเป