ินเลือดกินเนื้อมัน ! ” ชาลีตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่งในไม่ช้า เยิ่นเซินก็ถูกลากเข้ามาเหมือนสุนัขจากองครักษ์ทั้งสอง เขาเหมือนจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาหน้าซีดด้วยความกลัวและหน้าไร้สีเลือด“ไว้ชีวิตข้าด้วย ท่านผู้อาวุโสประจำศาลา ไว้ชีวิตข้าด้วย เยิ่นเซินรู้ดีว่าผิด เยิ่นเซินรู้ดีว่าผิด เยิ่นเซินไม่กล้าที่จะทำผิดอีกแล้ว ช่วยข้าด้วย อาจารย์ ได้โปรดช่วยข้าด้วย” เยิ่นเซินโขกหัวกับพื้นไม่หยุดในขณะที่เขาหมอบเพื่อร้องขอชีวิต เขาไม่ได้เย่อหยิ่งแม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับท่าทีของเขาตอนอยู่ภายนอกในตอนนี้ เยิ่นเซินเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ถ้าเขารู้ว่าสุดท้ายสถานการณ์จะเป็นแบบนี้ เขาจะไปทำให้เจี้ยนเฉินโกรธในตอนแรกแบบนั้นหรือไม่ ? เขาอยากให้เวลาย้อนกลับไปได้เพื่อที่จะกลับไปตอนที่เขาสามารถเลือกทางเลือกอื่นได้“เจ้าได้ทำผิดพลาดใหญ่หลวงลงไป แล้วเจ้ายังมาร้องขอชีวิตอีกหรือ ? ฝันไปซะเถิด” จิตสังหารพวยพุ่งขึ้นในตาของชาลี เขาแทงมือของเขาไปที่ด้านหลังคอของเยิ่นเซินก่อนที่จะดึงออกมาอย่างรวดเร็ว กระดูกสันหลังที่เต็มไปด้วยเลือดถูกฉีกออกมาจากร่างของเยิ่นเซินโดยชาลีเยิ่นเซินร้องอย่างทุกข์ทรมานออกมา ร่างของเขาชักกระตุกอย่างรุนแรง การที่ถูกดึงกระดูกสันหลังออกมาทำให้เขาได้รับความเจ็บปวดจนทนไม่ได้หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของเยิ่นเซินก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างสังเกตเห็นได้ เขาเริ่มขยายออกอย่างเร็วและกลายร่างเป็นสิ่งทีชีวิตท้องท