ตำลึงหรือไม่”
อวิ๋นฉี่ซานคิดว่าลายมือของพี่ชายสวยจริงๆ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ลูกจ้างที่ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้ากลับซีดเผือด ล้อเล่นอันใด คนคัดหนังสือธรรมดาๆ ถึงกับกล้าขอเข้าห้องรับรองอย่างหน้าด้านๆ! เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครใหญ่มาจากไหนกัน?
เขาอยากจะไล่พวกเขาออกไปเสียจริงๆ แต่กของร้านหนังสือเข้มงวดมาก เขาไม่กล้าล่วงเกินลูกค้า จึงทำได้เพียงกัดฟันนำหนังสือในมือไปมอบให้หลงจู๊ แม้จะไม่กล้าไล่พวกเขาออกไปจากห้องรับรอง แต่เขาไม่ยอมรินชาให้พวกเขาเด็ดขาด บ้าจริงเชียว คิดจะหลอกเขาหรือ อยากดื่มชาหรือ ไม่มีทางซะหรอก!
ด้านอวิ๋นฉี่เยว่มองเห็นสีหน้าของลูกจ้างอย่างชัดเจน แต่เขายังคงสงบนิ่ง ไม่เอ่ยวาจาใดๆ ส่วนอวิ๋นเจียวที่มองเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ต่างจากอวิ๋นฉี่ซานที่ไม่ได้คิดมาก อวิ๋นฉี่เยว่พูดอะไรเขาก็เชื่อไปหมด
อวิ๋นเจียวรู้ดีว่าพี่ชายของนางเป็นคนอย่างไร เขาไม่มีทางทำเรื่องอะไรบุ่มบ่ามแน่นอน ห้องรับรองนั้นเป็นสถานที่สำหรับร้านค้าไว้ต้อนรับแขกคนสำคัญ แต่ดูอย่างไรพวกเขาทั้งสามคนก็ไม่เหมือนแขกคนสำคัญ
แต่พี่ชายของนางกลับขอเข้ามาในห้องรับรองทันทีที่มาถึง แถมยังทำท่าทางราวกับเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้วอีกด้วย ต้องรู้เอาไว้ว่าคนคัดหนังสือธรรมดาๆ ไม่มีทางได้รับการปฏิบัติเช่นนี้
ด้านลูกจ้างที่