“หลงจู๊ ไม่แปลกใจเลยที่ร้านของท่านขายดีขนาดนี้ แค่ลอกหนังสือก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี ทั้งน้ำชา ทั้งขนมหวาน” อวิ๋นฉี่ซานกินขนมถั่วกวนสลับกับจิบชาอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะเอ่ยชมด้วยความพึงพอใจ
อวิ๋นเจียวก้มหน้าจิบชา ในใจคิดว่าพี่รองของนางช่างไร้เดียงสา พี่ใหญ่โกหกชัดๆ
“ฮ่าๆ ร้านของเรายึดมั่นในความซื่อสัตย์ ยึดถือลูกค้าเป็นหลัก คำนึงถึงความรู้สึกของลูกค้าเป็นสำคัญ” หลงจู๊จูยิ้มแห้งๆ เขาจะพูดอะไรได้อีกล่ะ? หากต้องต้อนรับขับสู้ลูกค้าทุกคนอย่างเลิศหรูเช่นนี้ ร้านของเขาก็คงขาดทุนย่อยยับเป็นแน่!
กล่าวจบเขาก็มองอวิ๋นฉี่เยว่อย่างพิจารณา เด็กหนุ่มอายุสิบสามสิบสี่ปีเช่นนี้ คงไม่ใช่ท่านอาจารย์หลานหลิงตัวจริงเป็นแน่
แต่ไม่เป็นไร เขาเคยได้ยินมาว่าที่ร้านหนังสือในเมืองหลวง ตอนแรกๆ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนนำต้นฉบับของท่านอาจารย์หลานหลิงมาขายที่ร้าน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเด็กหนุ่มที่ดูไร้เดียงสาตรงหน้าเขามีโอกาสเป็นตัวแทนของท่านอาจารย์หลานหลิงถึงแปดเก้าส่วน! แบบนี้ก็ไม่เลวท่านอาจารย์หลานหลิงไม่ได้ออกผลงานใหม่มานานแล้ว ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะส่งผลงานมาที่ร้านสาขาย่อยในอำเภอเล็กๆ เช่นนี้ เหมือนโชคหล่นทับจริงๆ!
เมื่อนึกถึงคำชมเชยและรางวัลที่จะได้รับในอนาคต มุมปากของหลงจู๊จูก็พลันยกยิ้มกว้างจนหุบไม่อยู่
“คุณชาย