น้อย ร้านของเรายังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ต้องการให้คนลอก ไม่ทราบว่าท่านสะดวกไปดูสักหน่อยหรือไม่?” ดูเหมือนหลงจู๊จูจะมองออกว่าอวิ๋นฉี่เยว่ไม่ต้องการพูดอะไรมากต่อหน้าน้องๆ เขาจึงเชิญอวิ๋นฉี่เยว่ออกจากห้องรับรองและเปลี่ยนเป็นห้องอื่นเพื่อพูดคุยกันตามลำพัง
อวิ๋นฉี่เยว่ยิ้มรับ “ได้สิ!” เขาวางถ้วยชาลง แล้วหันไปพูดกับอวิ๋นเจียวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจียวเอ๋อร์ เจ้ากับอาซานนั่งดื่มชาที่นี่ก่อน ข้าไปครู่เดียวเดี๋ยวก็กลับ”
“เจ้าค่ะ!” อวิ๋นเจียวพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วจนเหมือนลูกไก่จิกข้าวเปลือก บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มหวานละมุน แต่ในใจกลับตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้รู้ความลับของพี่ชาย
เมื่อเปลี่ยนสถานที่ หลงจู๊จูก็สั่งให้ลูกจ้างยกชาชุดใหม่เข้ามารับรอง แต่อวิ๋นฉี่เยว่กลับโบกมือปฏิเสธ “หลงจู๊ไม่ต้องเกรงใจ ทำตามกของร้านหนังสือสาขาในเมืองหลวงเถิด จ่ายเงินให้ข้าเลยก็พอแล้ว”
หลงจู๊จูพยักหน้ารับ รีบหยิบตั๋วเงินสามฉบับออกมาจากอกเสื้อ ฉบับละหนึ่งร้อยตำลึงเงินสองฉบับ และห้าสิบตำลึงเงินอีกหนึ่งฉบับ อวิ๋นฉี่เยว่รับเงินมา แล้วหันหลังกลับทันที
หลงจู๊จูเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าคุณชายแซ่อะไร? แล้วท่านอาจารย์หลานหลิงมีอะไรฝากมาบอกเกี่ยวกับเรื่องหนังสือเล่มต่อไปหรือไม่?”
หนังสือของท่านอาจารย์หลานหลิงข