แน่นอนว่าจางหลิงรู้ดีว่า เรื่องที่ฉู่อี้ให้เขาไปสืบก็คือเรื่องของตระกูลอวิ๋นที่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น หลังจากที่เขาจากไป ฉู่อี้ก็หยิบยาสองเม็ดขึ้นมากลืนลงไปพร้อมน้ำ
อวิ๋นเหนียงเห็นเช่นนั้นก็ตกใจจนหน้าซีด รีบเข้าไปห้ามปราม ทว่าฉู่อี้กลับโบกมือห้าม หลังจากที่ฉู่อี้กลืนยาเม็ดลงไปแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนั้นข้าไข้ขึ้นสูง ก็ได้ยาชนิดนี้ที่ช่วยลดไข้อย่างรวดเร็ว ถึงรอดชีวิตมาได้ จนถึงบัดนี้ตัวข้าผู้นี้กินไปแปดเม็ดแล้ว”
แม้ว่าฉู่อี้จะมีอายุเพียงสิบสองปี แต่กลับแสดงออกถึงความสุขุมเยือกเย็นเกินวัย บวกกับบุคลิกที่ดูสูงส่งโดยธรรมชาติ ขณะพูดจาน้ำเสียงจึงเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เด็กอายุเท่านี้ กลับเรียกตัวเองว่า ‘ตัวข้าผู้นี้’ ได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับสายน้ำไหลลงสู่ทะเล ไม่รู้สึกขัดหูแม้แต่น้อย
แต่นายท่านของข้า ยามิใช่สิ่งที่จะกินเล่นได้นะเจ้าคะ! อวิ๋นเหนียงรีบเข้าไปจับชีพจรของฉู่อี้ ด้วยความกังวลใจจนฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เมื่อเห็นว่าชีพจรของฉู่อี้เป็นปกติดี อวิ๋นเหนียงก็เบาใจลง จากนั้นเมื่อได้รับการพยักหน้าอนุญาตจากฉู่อี้ นางจึงใช้ปลายนิ้วแตะผงยาเล็กน้อย แล้วใส่เข้าไปในปากด้วยความระมัดระวัง ขม! แต่ความขมนั้นต่างจากสมุนไพรและยาเม็ดทั่วไป ยานี้เกินกว่าความรู้ของนางแล้ว
ฉู่อี้ถอนหายใจพลางกล่า