“…รถม้าสองคัน ข้าก็ไม่คิดมากนักหรอก ตีเป็นเงินหกสิบตำลึงก็แล้วกัน หากท่านไม่สามารถจ่ายได้ก็ไม่เป็นไร หักจากเงินเลี้ยงดูบิดามารดาก็แล้วกัน นับจากปีนี้เป็นต้นไป อีกหกปีค่อยให้เงินเลี้ยงดูท่าน! อีกอย่างของของเจียวเอ๋อร์ที่เสียหายไปแล้วก็ช่างมันเถอะ แต่ท่านพ่อ ของพวกนั้นล้วนใช้เงินซื้อมา มิใช่ลมพัดหอบเอามาให้! ขอให้ท่านพ่อโปรดสั่งสอนพวกเขาให้ดี ตอนนี้อยู่ในบ้านยังไม่มีใครเอาเรื่องเอาราวอะไร แต่หากออกไปข้างนอกแล้ว มิใช่เพียงตระกูลอวิ๋นเท่านั้นที่จะเสียชื่อเสียงกระมัง? ในหมู่บ้านไหวซู่ ทั้งตระกูลอวิ๋น ไม่ได้มีแค่อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เป็นผู้หญิงคนเดียวเสียหน่อย!”
เมื่ออวิ๋นโส่วจงพูดจบ อวิ๋นเจียหรงหัวหน้าตระกูลอวิ๋นจึงตบไหล่ของผู้เฒ่าอวิ๋นเบาๆ พร้อมเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ท่านสาม ที่เจ้ารองพูดก็มีเหตุผล ท่านควรสั่งสอนภรรยาและบุตรสาวของท่านให้ดี ตอนนี้ยังอยู่ในบ้านก็พอว่า แต่หากแต่งงานออกไปแล้วยังเป็นเช่นนี้อีก จะเป็นการทำลายชื่อเสียงของคนตระกูลอวิ๋นทั้งตระกูล!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นพยักหน้ารับคำอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้าแก่ชราของเขาแดงก่ำด้วยความรู้สึกอับอาย และไม่มีหน้าจะอยู่ต่ออีก “เรื่องเงินก็ตกลงตามที่เจ้าพูดแล้วกัน ข้าไม่กินข้าวแล้ว ขอกลับก่อน!” พูดจบเขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะเหลือบมองครอบครัว