ของเจ้าใหญ่กับเจ้าสามที่กำลังทำหน้าลำบากใจ จากนั้นจึงพูดต่อว่า “พวกเจ้าอยู่กินข้าวที่นี่เถอะ กินเสร็จแล้วค่อยกลับ”
กล่าวจบเขาก็เดินออกไปด้วยแผ่นหลังที่โค้งงอ เขาทะเลาะกับครอบครัวของลูกชายคนรองจนบาดหมางไปแล้ว คงไปขัดขวางความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของพวกเขาอีกไม่ได้ เขาแก่แล้ว และเมื่อเขาจากไป ก็ยังหวังให้พี่น้องเหล่านี้ได้พึ่งพากันบ้าง
เมื่อผู้เฒ่าอวิ๋นออกไปแล้ว หลิวซื่อที่กำลังจับตัวอวิ๋นฉี่รุ่ยไว้ก็รีบลากลูกชายที่ร้องไห้ไม่หยุดตามออกไปด้วย นางเองก็ไม่อยากไปนักหรอก แต่อวิ๋นโส่วจงดันพูดถึงเรื่องรถม้า แถมบ้านสามยังมองนางด้วยสายตาไม่พอใจอีกด้วย
หลังจากผู้เฒ่าอวิ๋นจากไป อวิ๋นโส่วจงจึงหันไปประสานมือคารวะผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูล “ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงจาง ทำให้พวกท่านต้องมาเห็นเรื่องน่าอับอายแล้ว”
ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทั้งสองคนเป็นพยานแล้ว ดังนั้นอวิ๋นโส่วจงจึงเรียกหัวหน้าตระกูลและผู้ใหญ่บ้านด้วยคำเรียกขานตามธรรมเนียมของผู้น้อยที่มีต่อผู้ใหญ่เพื่อแสดงถึงความใกล้ชิด
“เจ้ารอง เจ้ามีน้ำใจมากพอแล้ว!” อวิ๋นเจียหรงหัวหน้าตระกูลเอ่ยชมพลางตบไหล่ของเขา
ต้องรู้ว่าครอบครัวชาวนาใช้จ่ายเพียงปีละยี่สิบกว่าตำลึงเท่านั้น อวิ๋นโส่วจงกลับเต็มใจให้เงินผู้เฒ่าอวิ๋นปีละสิบตำลึง!
ที่สำคัญคือพวกเขาร