ู้ดีว่าตอนนั้นอวิ๋นโส่วจงจากหมู่บ้านไหวซู่ไปได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เอง การที่อวิ๋นโส่วจงยังคงปฏิบัติต่ออวิ๋นเจียชางด้วยน้ำใจเช่นนี้จึงนับว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งนัก แต่ลองมองกลับกันว่าอวิ๋นเจียงชางและภรรยาปฏิบัติต่ออวิ๋นโส่วจงอย่างไร?
ขนาดเขาที่เป็นคนนอกยังรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ แม้แต่ของของหลานสาวยังไม่เว้น ยึดได้ก็ยึด ยึดไม่ได้ก็ทำลายทิ้ง! ไยจิตใจถึงได้โหดร้ายเพียงนี้?
ผู้ใหญ่บ้านเองก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าวางใจเถอะ วันนี้ข้ากับหัวหน้าตระกูลอวิ๋นมารับรู้เรื่องนี้ด้วยตัวเองแล้ว เงินเลี้ยงดูบิดามารดาที่ต้องให้อวิ๋นเจียชาง เจ้ารออีกหกปีค่อยให้ก็ได้ หากเถาซื่อยังกล้าหาเรื่องอีก เจ้าก็มาหาพวกข้าได้เลย!”
อวิ๋นโส่วจงรีบเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านทั้งสองไปที่ห้องโถงก่อนเถิด!”
เมื่อเรื่องวุ่นวายจบลง อวิ๋นโส่วจงก็คอยรับรองแขกฝ่ายผู้ชาย ส่วนฟางซื่อก็รีบเชิญญาติผู้หญิงไปที่โต๊ะอาหารเช่นกัน
หลังจากนั่งลงที่โต๊ะอาหาร คนตระกูลอวิ๋นก็พบว่าทั้งโต๊ะอาหารของผู้ชายและผู้หญิงที่บ้านของอวิ๋นโส่วจงนั้น ทั้งปริมาณและหน้าตาของอาหารล้วนเหมือนกัน
ไม่เหมือนบ้านผู้เฒ่าอวิ๋น ต่อให้มีแขกมา อาหารประเภทเนื้อสัตว์ก็จะวางไว้บนโต๊ะของผู้ชายเท