มาบนหน้าอย่างกดไว้ไม่อยู่“เซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 7 พลังของข้าเท่าเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 7 แล้ว” เจี้ยนเฉินดีใจ ยามนี้ร่างบรรพกาลเลื่อนเป็นขั้น 2 พลังของเขาเลื่อนขั้นจากชั้นสวรรค์ที่ 3 ตรงไปเป็นชั้นสวรรค์ที่ 7 เขาข้ามรวดเดียว 4 ขั้น“ยามนี้แม้ข้าต้องเผชิญหน้ากับบรรพชนของตระกูลเทพเจ้าแห่งไฟ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอีกต่อไป ด้วยยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎในมือข้า ข้าคงสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย” เจี้ยนเฉินคิดกับตัวเอง เขายังคงจำฉากที่บรรพชนจากตระกูลเทพเจ้าแห่งไฟบีบบังคับให้เขาใช้พลังบรรพกาลจำนวนมากในการโจมตีที่เมืองแห่งเทพเจ้า“ร่างบรรพกาลขั้นแรกนั้นเทียบเท่ากับชั้นสวรรค์ที่ 3 หากมียุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎก็เพียงพอที่ข้าจะจัดการเซียนผู้คุมกฏชั้นสวรรค์ที่ 5 ยามนี้ข้าขึ้นมาอยู่ขั้น 2 พลังของข้าเทียบเท่าชั้นสวรรค์ที่ 7 อยากรู้นักว่าจะสังหารพวกชั้นสวรรค์ที่ 9 ได้หรือไม่หากใช้ยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎ”“ดูตามความเร็วในการพัฒนาของข้าในยามนี้แล้ว ยามนี้เลื่อนขึ้นสู่ขั้น 3 ข้าอาจสามารถตัดผ่านจากเซียนผู้คุมกฏไปเป็นเซียนราชาก็เป็นได้” เจี้ยนเฉินตั้งความหวังรอแล้ว เพราะยามใดที่เขาเป็นเซียนราชา ยามนั้นเขาก็มีสิทธิ์มากพอจะเจรจาต่อรองกับตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสิบนั่นเป็นเพราะทุก ๆ ตระกูลผู้พิทักษ์นั้นมีเซียนราชาอยู่ไม่น้อย ไม่มีทางใส่ใจกับแค่เซียนผู้คุมกฎธรรมดา เพราะทั้งสิบตระกูลนั้นอยู่จุดสูงสุดของทวีปเทียนหยวนแล้