วงตาของเขาหรี่ลงหลายครั้งและไม่นานเขาก็หยุดวิ่ง เขาปล่อยให้พลังคลื่นเสียงที่อัดแน่นในสภาพแวดล้อมโจมตีร่างกายของเขาขณะที่เขายืนเฉย ๆ อยู่อย่างนั้นพลังคลื่นเสียงโจมตีเจี้ยนเฉินดุจดั่งแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ อย่างไรก็เสีย ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ พลังคลื่นเสียงไม่สามารถทำอันตรายต่อเขาได้ พวกมันล้วนถูกดูดซับโดยพลังบรรพกาลในร่างเขาทันทีที่พวกมันเข้ามาสัมผัสกับร่างกายของเขา และแปลงเป็นพลังของเจี้ยนเฉินเอง อย่างไรก็ตาม พลังงานเท่านี้เล็กน้อยเกินไปต่อเจี้ยนเฉิน ซึ่งทำให้แทบจะไม่มีความแตกต่างเลย“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ? ” เจี้ยนเฉินเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่ามีอะไรในร่างกายของเขาที่อนุญาตให้เขาดูดซับพลังโจมตีของคลื่นเสียงจากหญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์ได้“เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร ! ” เมื่อเห็นว่าการโจมตีของนางไม่สามารถทำอันตรายต่อเจี้ยนเฉินได้ นางก็ทำท่าตกใจ ต่อจากนั้น บทเพลงที่นางบรรเลงก็ได้เปลี่ยนไปและนางตะโกนออกมาว่า “การกลืนกินวิญญาณของปีศาจจากสวรรค์ ! “การกลืนกินวิญญาณของปีศาจจากสวรรค์เป็นหนึ่งในบทเพลงที่ทรงพลังมากที่สุดที่หญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์รู้จัก มันใช้พิณเพื่อสร้างความสับสนให้แก่ผู้คน ทำให้วิญญาณของพวกเขาสูญหายและกระจัดกระจายไปในสภาพแวดล้อมลึกลับ มันเป็นบทเพลงที่น่าสะพรึงกลัวที่สามารถฆ่าได้โดยไร้ซึ่งสัญญาณเบ่งบอกและมันเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถป้องกันได้เสียงดีดพิณเบา ๆ ดังก้องไปทั่วบร