นจึงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านด้วย และด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านไหวซู่จึงเคารพยำเกรงผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างมาก
แม้ผู้เฒ่าอวิ๋นจะไม่พอใจ แต่เขาก็เป็นพ่อสามี ต่อหน้าคนนอกจึงไม่กล้าต่อว่าลูกสะใภ้ ทำได้เพียงหันไปตำหนิเถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ “บ้านกว้างขวางขนาดนี้ พวกเจ้าไม่มีที่ไปหรือไง? ไปวุ่นวายในห้องของอวิ๋นเจียวทำไม?”
เถาซื่อ “ถุ้ย! ไปทำไมหรือ? เจ้าลองไปถามทั่วทั้งหมู่บ้านดูสิ มีบ้านไหนบ้างเวลารับรองแขกแล้วไม่เปิดทุกห้องให้แขกได้เข้าไปนั่ง? หรือพวกเจ้าจะยึดเอาห้องโถงไปหมด แล้วปล่อยให้ยายเฒ่าเช่นข้าต้องยืนตากลมหนาวอยู่กลางลานบ้าน? แบบนี้ไม่ใช่เชิญข้ามากินข้าวแล้ว แต่จะเอาชีวิตยายแก่เช่นข้าต่างหาก!”
ว่ากันตามตรง คำพูดของเถาซื่อก็มีเหตุผลอยู่บ้าง ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นเถียงไม่ออก แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลยังมองฟางซื่อกับอวิ๋นโส่วจงด้วยสายตาแปลกๆ
“แค่นั่งอยู่แป๊บเดียว ต้องถึงขั้นตัดเสื้อผ้าของเจียวเอ๋อร์จนขาดทั้งหมดเลยหรือ? แค่นั่งอยู่แป๊บเดียว ต้องถึงขั้นขโมยของของเจียวเอ๋อร์ไปเลยหรือ?” ฟางซื่อโกรธจนตัวสั่น แต่ก็จนปัญญา ไม่ว่าอย่างไรเถาซื่อก็มีฐานะเป็นผู้ใหญ่ นางยังปกป้องอวิ๋นเหมยเอ๋อร์…
“ของในบ้านเจ้าพัง กลับมาโทษข้า! พวกเจ้ามันไร้หัวใจทั้งครอบ