ที่ใบหน้าของเขา“ท่าน บางทีท่านอาจจะเป็นบรรพชนที่ก่อตั้งตระกูลขึ้นมาซึ่งหายไปนานหรือไม่ ! ? บรรพชนของตระกูลเจียงหยาง ? ” เจี้ยนเฉินเริ่มตื่นเต้นมาก“บรรพชนตระกูลเจียงหยาง ! ” ชายชราพึมพำออกมาก่อนที่จะยิ้มกับตัวเอง “บรรพชนตระกูลเจียงหยาง เป็นอะไรที่ทุกคนอ้างอิงถึงข้าด้วยความนอบน้อมหลังจากที่ข้าก่อตั้งตระกูลเจียงหยางขึ้นมา ชื่อของข้าจริง ๆ แล้วคือเจียงหยาง ซู หยุนคง”จากที่เขาพูดมา เจี้ยนเฉินมั่นใจในที่สุดถึงตัวตนของชายชรา เขาคุกเข่าลงทันทีและพูด “ลูกหลานของตระกูลเจียงหยาง เจียงหยาง เซียงเทียนขอคารวะท่านบรรพชน”ทั้งเสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเยี่ยเผยให้เห็นถึงความตกใจอย่างรุนแรงในแววตาของพวกนางในขณะที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ ทั้งคู่ยังคงเล่นพิณ เซียนผู้คุมกฎ เจี้ยนเฉิน เป็นลูกหลานของเจียงหยาง ซู หยุนคง นี่ทำให้พวกนางทั้งสองอึ้งเจียงหยาง ซู หยุนคง เผยรอยยิ้มบาง ๆ บนหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเขา “ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่า ข้าจะยังคงได้พบกับลูกหลานของตระกูลของข้าในชีวิตที่เหลือ แม้ว่าข้าจะต้องตายในตอนนี้ ข้าก็ไม่เสียดายแล้ว เด็กน้อย เมื่อมองไปที่รูปนูนที่อยู่บนจี้แล้ว เจ้าน่าจะเป็นรุ่นที่ 17 ของตระกูล เจ้าน่าจะเรียกข้าว่าท่านปู่ ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะถูกเรียกว่าบรรพชนหรอก”“ขอรับ ท่านปู่” เจี้ยนเฉินตอบกลับ พวกเขาทั้งคู่ทั้งตื่นเต้นและกังวล เขาตื่นเต้นที่ได้พบกับบรรพชนที่หายไปนาน แต่เขาก็กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ข