่เขาได้รับร่างบรรพกาลอย่างรวดเร็วก็เพราะเสี่ยวหลิง
นูบิสและเทียนเจี้ยนหยุดเดิน หันมามองเจี้ยนเฉินอย่างสงสัยว่ากำลังคุยกับใคร แต่ยามหันมามองเห็นเพียงเจี้ยนเฉินกำลังยิ้มคุยกับอากาศคุยกับตัวเองราวกับคนบ้า
ไม่นานนักเทียนเจี้ยนก็เข้าใจ เขารู้ว่าเจี้ยนเฉินต้องกำลังคุยกับวิญญาณม่านพลัง วิญญาณม่านพลังนั้นค่อนข้างพิสดาร หากไม่ต้องการให้ใครเห็นต่อให้อยู่ข้าง ๆ กันก็ไม่มีทางพบเจอ ต่อให้เป็นเทียนเจี้ยนในยามนี้ก็ยังไม่สามารถจับสัมผัสได้แม้แต่น้อย
แต่นูบิสไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่น้อย สายตาที่มองเจี้ยนเฉินนั้นเต็มไปด้วยความงุนงงและสงสัยจนไปถึงขั้นหวาดวิตก นี้เป็นครั้งแรกที่สีหน้าแปลกประหลาดเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของนูบิส
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรเลย ตราบใดที่พี่ใหญ่ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนนั้นย่อมดีที่สุดแล้ว พี่ใหญ่ เสี่ยวหลิงจะไปจัดการพวกสารเลวที่มารังแกพี่ใหญ่เอง แต่เสี่ยวหลิงไม่สามารถช่วยเพิ่มพลังให้พี่ใหญ่ได้เลย ตราผนึกเริ่มสั่นคลอนแล้ว เสี่ยวหลิงต้องใช้พลังทั้งหมดคอยคุมผนึกไว้”
เจี้ยนเฉินยิ้ม “เสี่ยวหลิง พี่ใหญ่ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาช่วยเพิ่มพลังให้หรอก พี่ใหญ่จะลองหาทางเอง”
ทันทีที่พูดจบ มือหนึ่งก็ปรากฏมาโบกอยู่ตรงหน้าเจี้ยนเฉิน นูบิสนั้นเอง นูบิสกำลังจ้องมองเจี้ยนเฉินด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ก่อนถามอย่างกังวล “เจี้ยนเฉิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ? เจ้าพูดว่าเสี่ยวหลิงแล้วก็พี่ใหญ่ เจ้าพูดกับใครกัน ? ท