ำไมถึงพูดกับตัวเองด้วยเล่า ? “
ท่าทีของเจี้ยนเฉินยามนี้ทำให้นูบิสกังวลเล็กน้อย เขาคิดในใจ “บ้าเอ๊ย เจี้ยนเฉินโดนตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสิบบีบให้หนีออกจากทวีป แรงกดดันต้องหนักหน่วงเป็นแน่ มันหนักจนถึงทำให้กลายเป็นคนเสียสติเชียวหรือ ? ดูท่าทางหัวจะมีปัญหาซะแล้ว”
เจี้ยนเฉินปรายตามองนูบิสเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมองเสี่ยวหลิง “เสี่ยวหลิง พี่ใหญ่ต้องจากไปครานี้เป็นเรื่องจำเป็น แต่ยามพี่ใหญ่กลับมา พี่ใหญ่จะมาหาเจ้าโดยเร็ว”
เสี่ยวหลิงมองเจี้ยนเฉินน้ำตานองหน้า “พี่ใหญ่ ท่านสัญญากับเสี่ยวหลิงแล้วนะว่าจะกลับมาหา พี่ใหญ่ห้ามทำเหมือนนายท่านนะที่หายไป เพียงยามที่เสี่ยวหลิงอยู่กับพี่ใหญ่เท่านั้นที่ทำให้ข้ารู้สึกอยู่ใกล้กับนายท่าน พี่ใหญ่เป็นคนเดียวที่เสี่ยวหลิงมีนอกจากนายท่าน”
“ฉิบหายแล้ว บัดซบเอ๊ย เรายังไม่ทันออกจากทวีป เจี้ยนเฉินก็กลายเป็นแบบนี้เสียแล้ว ยามเราออกเดินทางเจี้ยนเฉินต้องอาการหนักกว่าเดิมแน่ ข้าต้องทำยังไงดี ? ” นูบิสจมอยู่กับความคิดตัวเอง เจี้ยนเฉินกลายเป็นบ้าไปแล้ว เจี้ยนเฉินคุยกับอากาศ สถานการณ์ยามนี้ช่างย่ำแย่เหลือเกิน แย่จนนูบิสอดเป็นห่วงเจี้ยนเฉินไม่ได้
หลังจากลาเสี่ยวหลิงแล้ว เจี้ยนเฉินเดินตรงไปหาเทียนเจี้ยน “ผู้อาวุโส ไปกันเถอะ”
เทียนเจี้ยนพยักหน้ารับ เดินนำเจี้ยนเฉินลึกเข้าไปในวัง
“เจี้ยนเฉิน เจ้าเป็นไงบ้าง ? หายแล้วรึ ? ” นูบิสเดินไปตรงหน้าเจี้ยนเฉินก่อนหันมาคุยด้วย ดวงตายังสงสั