าเป็นเซียนสวรรค์แล้ว ก็ยังไม่สามารถช่วยเจี้ยนเฉินได้แม้แต่น้อย ทำได้เพียงมองน้องชายที่ผ่านร้อนหนาวมาด้วยกัน ต้องพบเจอแรงกดดันจนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไป การมองอย่างไร้ความสามารถที่จะช่วยเหลือทำให้หมิงตงรู้สึกแย่มากที่สุด
พลัง ! พลัง ! มีเพียงพลังเท่านั้นที่จะทำให้มีชีวิตรอดได้ !
เจี้ยนเฉินนำแก่นอสูรระดับ 6 ออกมา 20 ชิ้นก่อนส่งให้หมิงตง “หมิงตง เจ้าเร่งฝึกตนไม่ได้หรอก พลังที่อยู่ภายในแก่นอสูรทั้งหมดนี้ดุดันเกรี้ยวกราด หากเจ้าข้ามผ่านมันไม่ได้ มันจะกลายเป็นปัญหาที่ข้ามผ่านไม่ได้ให้แก่เจ้า ข้าให้ทั้งหมดนี้กับเจ้า หวังว่าจะใช้มันอย่างรอบคอบ อย่าใช้อย่างเลินเล่อเด็ดขาด”
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ทำตัวโง่เง่า ข้ารู้ดีว่าต้องทำเช่นไร” หมิงตงพูดยืนยันขึ้นมาอีกครั้ง
เจี้ยนเฉินมองหวงหลวน แววตากลายเป็นยุ่งเหยิงอีกครั้ง ก่อนดึงแก่นอสูรระดับ 5 ออกมาจำนวนมากจากแหวนมิติมายื่นให้ “หรวนเอ๋อ เจ้ามีพรสวรรค์ที่ดี นับว่าหายากมากในรอบพันปี มาถึงระดับนี้ได้โดยไร้ซึ่งทรัพยากรหรือแก่นอสูรใด ๆ ข้าให้แก่นอสูรพวกนี้เจ้า ไม่ใช่ให้ใช้ทันที แต่เตรียมไว้ยามจำเป็นในอนาคต”
แววตาหวงหลวนเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา นางมองเจี้ยนเฉินอย่างไม่อยากจากลา ก่อนพูดขึ้น “เจี้ยนเฉิน เจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่กัน ? “
เจี้ยนเฉินถอนหายใจเบา ๆ “ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน”
หวงหลวนไม่สามารถเก็บน้ำตาไม่ให้ไหลรินลงมาได้ นางเข้าใจดีว่าคราวนี้อาจจะเป็นการลาจากที่เ