ก หลังจากอากุ้ยกลับมาถึงบ้าน ก็ได้รับคำสั่งจากฟางซื่อ จึงเข้าไปดูแลเด็กหนุ่มแทน
อวิ๋นโส่วจงเรียกลูกๆ ทั้งสามคนมาอยู่รวมกัน ก่อนจะกำชับว่า “เรื่องที่พวกเราช่วยชีวิตคนคนหนึ่งไว้ ห้ามพูดออกไปเด็ดขาด ส่วนสาเหตุพวกเจ้าก็ไม่ต้องถามแล้ว”
แม้ว่าพี่น้องทั้งสามคนจะสงสัยอยู่ในใจ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าควรทำอย่างไร เมื่อเห็นอวิ๋นโส่วจงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จึงพยักหน้ารับปากเป็นเสียงเดียวกันอย่างจริงจัง
ฟางซื่อขมวดคิ้วเรียกอวิ๋นโส่วจงเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ “ทำไมท่านถึงกล้าพาใครก็ไม่รู้กลับมาในบ้านด้วยเล่า?”
อวิ๋นโส่วจงตอบ “นี่มิใช่ชีวิตคนหนึ่งชีวิตหรือ หากปล่อยให้ตายต่อหน้าต่อตา ข้าไม่อาจปล่อยให้ความรู้สึกผิดติดค้างอยู่ในใจได้!”
ฟางซื่อกล่าว “ดูจากเสื้อผ้าที่เด็กคนนั้นสวมใส่ เห็นได้ชัดว่าฐานะไม่ใช่คนธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีบาดแผลถูกมีดแทง ท่านช่วยชีวิตเขาก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่หาก… หากเรื่องนี้ทำให้พวกเราเดือดร้อนไปด้วยเล่า เช่นนั้นจะทำอย่างไร?”
บาดแผลถูกมีดแทง ฐานะไม่ธรรมดา สิ่งนี้บ่งบอกถึงอะไรเล่า? ไม่ว่าจะเป็นความแค้นหรือแผนการร้าย นางก็กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ในบ้านยังมีลูกๆ อีกสามคน!
อวิ๋นโส่วจงปลอบ “เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก คงไม่มีเรื่องอะไ