เป็นคนดีเลยให้เงินเขาไป ส่วนยาขวดนี้ เขาคงคิดว่ารับเงินข้าไปเปล่าๆ ไม่ได้ จึงมอบให้ข้าเป็นการตอบแทน เขาบอกว่าไม่ว่าจะเป็นไข้จากลมหนาว หรือไข้จากบาดแผลติดเชื้อ ให้รับประทานวันละสามครั้ง ครั้งละสองเม็ดก็จะเห็นผล ท่านพ่อเองก็บอกว่าพี่ชายในห้องคนนั้นคงต้องรักษาม้าตายเหมือนม้าเป็น [1] ต้องฟังโชคชะตาฟ้าลิขิต เช่นนั้นไม่สู้ให้เขาลองทานยานี้ดูหน่อยล่ะเจ้าคะ”
“เจ้าเด็กคนนี้ ยาจะกินส่งเดชได้ยังไง?” ฟางซื่อไม่เห็นด้วย
แต่อวิ๋นโส่วจงกลับครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รับขวดยาจากมือของฟางซื่อ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “สิ่งที่เจียวเอ๋อร์พูดก็มีเหตุผล รักษาม้าตายเหมือนม้าเป็นดูก็แล้วกัน! ยิ่งไปกว่านั้นเจียวเอ๋อร์ของเราเป็นเด็กมีบุญ นักพรตที่นางเจอไม่แน่ว่าอาจจะเป็นผู้มีวิชาจริงๆ ก็ได้!”
สิ้นประโยคเขาก็เดินออกจากห้อง เพื่อไปป้อนยาให้เด็กหนุ่ม ฟางซื่อถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้นางกังวลมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
เดิมทีอวิ๋นเจียวคิดว่าตนเองต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะโน้มน้าวให้อวิ๋นโส่วจงยอมให้เด็กหนุ่มทานยาปฏิชีวนะได้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะเชื่อนางง่ายๆ เช่นนี้
เด็กหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บทำให้ทุกคนในครอบครัวของอวิ๋นโส่วจงพากันเป็นกังวล เพราะพวกเขาพาค