ะล้อมเจี้ยนเฉินให้ติดอยู่ข้างใน
หนึ่งในหัวหน้าตระกูลมองไปที่ชายชุดเทาและประสานมือออกไป “เซียงหลง พวกเราตระกูลทั้งแปดไม่ได้พยายามที่จะต่อต้านสมาคม มันแค่มีความเป็นไปได้สูงที่สัตว์อสูรโบราณของหยางยู่เทียนนั้นจะเป็นพยัคฆ์ปีกเทวะที่ตระกูลผู้พิทักษ์กำลังตามหาอยู่ ดังนั้น เขาจึงจำเป็นต้องทิ้งสัตว์อสูรนั่นไว้ที่นี่”
ชายชุดเทายังคงนิ่ง ตระกูลทั้งแปดอ้างถึงชื่อตระกูลผู้พิทักษ์ ดังนั้นเขาจึงไม่มีอำนาจใด เขาเข้าใจว่าคำพูดของพวกนั้นสมเหตุสมผลเพียงใด แม้แต่เขาก็ยังสงสัยว่าสัตว์อสูรบนไหล่ของเจี้ยนเฉินนั้นเป็นพยัคฆ์ปีกเทวะที่ตระกูลผู้พิทักษ์กำลังตามหาอยู่หรือเปล่า
เจี้ยนเฉินมองไปที่ทุกคนอย่างเย็นชา เขาเข้าใจแล้วว่ามันคงไม่ง่ายที่จะออกไปจากที่นี่ในวันนี้ แม้แต่สมาคมที่อยู่ข้างเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพยัคฆ์ปีกเทวะซึ่งสามารถแม้แต่นำไปถึงเรื่องการล่วงเกินตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสิบ ไม่มีองค์กรใดกล้าที่จะไปต่อต้านตระกูลผู้พิทักษ์ เขาได้แค่พึ่งตัวเองเพื่อที่จะออกไปจากที่นี่
เจี้ยนเฉินวางเสือขาวให้มันเกาะอยู่ที่หลังคอของเขา และเขาก็เอายุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎ กระบี่สังหารมังกรออกมาจากแหวนมิติของเขา กระบี่อยู่ในมือของเขา พลังแห่งการมีอยู่ของเจี้ยนเฉินก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในตอนนี้เขานั้นแหลมคมเหมือนกับกระบี่ที่ชักออกมาจากฝัก และเปล่งพลังปราณออกมาที่ยิงขึ้นไปในท้องฟ้า เขาดูเหมือนจะแตกต่างจากเซ