่างๆ นานาอยู่นาน กว่าจะผล็อยหลับไป ส่วนอวิ๋นโส่วจงกับภรรยาที่อยู่ห้องข้างๆ ก็ยังนอนไม่หลับเช่นกัน
“ข้าว่ารถม้าของพวกเราคงไม่ได้คืนแล้วล่ะ!” ฟางซื่อถอนหายใจพลางกล่าว
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยว่า “ไม่ได้คืนก็ไม่เป็นไร แต่จะปล่อยให้เถาซื่อเอาเปรียบกันง่ายๆ เช่นนี้มิได้หรอก”
คำว่า ‘กตัญญู’ มันกดขี่ผู้คน แม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะแยกบ้านออกมาจากตระกูลอวิ๋นแล้ว แต่สุดท้ายแล้วผู้เ่าอวิ๋นก็คือบิดาแท้ๆ ของเขา ความเกี่ยวพันทางสายเลือดเช่นนี้ ทำให้บางครั้งพวกเขาจำต้องยอมกล้ำกลืนความอยุติธรรมบางอย่างลงไป
ฟางซื่อเอ่ยถามต่อ “แล้วท่านจะจัดการกับเรื่องของพี่ใหญ่ฝ่ายนั้นอย่างไร?”
อวิ๋นโส่วจงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “จัดการเรื่องของบ้านเราก่อน แล้วค่อยๆ คิดหาวิธีช่วยพี่ใหญ่ทีหลังก็แล้วกัน”
ปล่อยให้อวิ๋นโส่วกวงสิ้นหวังแล้วขอแยกบ้านเอง คงเป็นไปไม่ได้ หากคิดจะหาวิธีการ ก็ทำได้เพียงลงมือกับเถาซื่อ ทำให้เถาซื่อเป็นคนเอ่ยปากไล่พวกเขาออกไปเอง! เพียงแต่ว่า หากจะทำให้เถาซื่อยอมเอ่ยปากเช่นนั้น ช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นนัก
“อืม ท่านคิดเอาไว้ก็ดีแล้ว ข้าแค่เห็นพี่สะใภ้ใหญ่กับลูกๆ อีกสองคนที่น่าสงสาร!”
ผู้ชายคนหนึ่ง ปกป้องภรรยาและลูกไม่ได้ ในสายตาของฟางซื่อ ต่อให้มีเหตุผลนับพันนับหมื่นประการ ภาพลักษณ