“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ ฉี่ชิ่ง ฉี่เสียง พวกท่านมาแล้วหรือ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ!” อวิ๋นโส่วจงได้ยินเสียงก็รีบออกมาต้อนรับพร้อมกับฟางซื่อและลูกๆ
อวิ๋นโส่วกวงหน้าแดงก่ำ ยิ้มแห้งๆ พลางกล่าวว่า “ไม่ต้องเกรงใจหรอก พวกเรามีธุระ… พูดไม่กี่คำก็จะไปแล้ว”
อวิ๋นโส่วจงไม่รอช้า รีบโอบไหล่พี่ชายเดินนำไปที่ห้องโถง “มีอะไรก็เข้ามานั่งคุยกันข้างในก่อนเถอะ พอดีให้พวกเราสองพี่น้องได้ดื่มสุราด้วยกันสักสองจอก”
ส่วนฟางซื่อก็เข้าไปคว้าแขนจ้าวซื่อ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเราก็เพิ่งทำงานเสร็จ เตรียมอาหารไว้นิดหน่อย พี่สะใภ้ใหญ่อย่าได้รังเกียจ กินข้าวพร้อมกันกับพวกเราสักหน่อยเถิด ยิ่งคนเยอะยิ่งครึกครื้น”
จ้าวซื่อรู้สึกเกรงใจ แต่พวกนางดันมาถึงในเวลานี้ เกรงว่าฟางซื่อจะเข้าใจผิด ว่าพวกนางจงใจมาตอนใกล้เวลาอาหาร จึงรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกๆ พวกเรากินข้าวที่บ้านมาแล้ว ท่านพ่อท่านแม่แค่ให้พวกเรามาแจ้งข่าว”
อวิ๋นเจียวกับพี่ชายทั้งสองคนก็เดินตามออกมา พอเห็นว่าจ้าวซื่อกับฉี่ชิ่ง ฉี่เสียงดูลำบากใจ นางจึงรีบเอ่ยขึ้น “พี่ฉี่ชิ่ง พี่ฉี่เสียง พอดีพวกข้ากำลังเบื่อๆ พวกท่านเล่าเรื่องสนุกๆ ในหมู่บ้านกับบนเขาให้ข้าฟังหน่อยได้ไหมเจ้าคะ”
อวิ๋นฉี่ซานรีบพูดด้วยความดีใจ “ดีเลยๆ ข้าเองก็อยากฟัง!”
ฉี่ชิ่งเกาหัวอย