“อะไรนะ? เจ้าว่าอาสี่ของเจ้าไม่เห็นรถม้าหรือ?” ผู้เ่าอวิ๋นลุกขึ้นยืนทันที จ้องมองอวิ๋นฉี่ชิ่งด้วยแววตาเคร่งเครียด “หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหล ข้าจะฉีกปากเจ้าซะ!”
เถาซื่อได้ยินว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนไม่ได้รถม้า ก็หน้าดำคล้ำทันที นางคิดว่าอวิ๋นฉี่ชิ่งกำลังโกหก!
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านไม่รู้จักนิสัยของโส่วจู่หรือ? ท่านพ่อท่านแม่สั่งให้เขาทำอะไร มีครั้งไหนที่ทำไม่สำเร็จบ้าง! ยิ่งเป็นเรื่องของน้องห้าด้วยแล้ว โส่วจู่ยิ่งให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ไม่มีทางทำพลาดเด็ดขาด” หลิ่วซื่อภรรยาของอวิ๋นโส่วจู่พูดไปพลางปรายตามองคนบ้านใหญ่ นัยน์ตาของนางเหมือนกำลังเห็นด้วยกับคำพูดของเถาซื่อ และคิดว่าอวิ๋นฉี่ชิ่งพูดจาเหลวไหล
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เย้ยหยัน “ไม่รู้ว่าเอารถม้าจากพี่ห้าไปแอบขายตั้งแต่ตอนไหน พอกลับมาก็มาบอกว่าพี่ห้าไม่เห็นรถม้า”
“ข้าไม่ได้ทำ! ไม่เชื่อพวกท่านก็ไปถามท่านอาห้าที่ในตำบลได้เลย!” อวิ๋นฉี่ชิ่งได้ยินดังนั้นก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่นกล่าวยืนยันความบริสุทธิ์ของตน
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ปรายตามองอวิ๋นฉี่ชิ่ง “ถามหรือ อย่าว่าแต่ตอนนี้ก็ดึกดื่นแล้ว ไม่มีทางไปถามที่ในตำบลได้ ต่อให้เป็นพรุ่งนี้ วันนี้ไปแล้ว พรุ่งนี้ก็ยังไปอีก วิ่งไปวิ่งมาที่สำนักศึกษาเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะรบกวนการเรียนของพี่ห