้าหรือ?”
แม้ว่าอวิ๋นโส่วกวงจะเป็นคนซื่อๆ แต่ก็ทนเห็นลูกชายถูกใส่ร้ายไม่ได้ “ท่านพ่อ ฉี่ชิ่งไม่โกหกหรอกขอรับ!”
ทุกวันนี้ครอบครัวของเขาต้องทำงานหนัก ทุกคนต่างก็ซื่อสัตย์ พวกเขายอมทนต่อคำดุด่าของเถาซื่อได้ แต่ไม่สามารถทนฟังอวิ๋นเหมยเอ๋อร์พูดว่าฉี่ชิ่งเป็นคนโกหก และขโมยรถม้าไปขายได้
ผู้เ่าอวิ๋นเองก็ไม่เชื่อว่าอวิ๋นฉี่ชิ่งจะโกหก จึงเอ่ยขึ้นว่า “เช่นนั้นรออีกสองสามวัน รอสำนักศึกษาหยุดเรียนแล้วค่อยไปถามน้องห้าของเจ้าที่ในตำบลก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถาซื่อก็ถลึงตามองผู้เ่าอวิ๋นอย่างเกรี้ยวกราด “รออีกสองสามวันหรือ? เจ้ารองของเจ้ารอไม่ได้แม้แต่วันเดียว! พวกเขาบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า วันนี้ต้องได้รถม้านั่น! มิเช่นนั้นพรุ่งนี้จะไปแจ้งความที่ศาลาว่าการในอำเภอ! เขาตั้งใจจะบีบบังคับให้พวกเราตายกันหมด! เจ้าใหญ่กับเขาเป็นพี่น้องร่วมมารดา ในสายตาไม่มีข้าผู้เป็นแม่เลี้ยง แถมยังไม่มีพี่น้องคนอื่นๆ อีก! เรื่องนี้ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะร่วมมือกันหลอกลวงเงินทองของตระกูลอวิ๋นของพวกเราก็ได้!”
“ท่านแม่ พวกข้าไม่ได้…” อวิ๋นโส่วกวงรีบแก้ตัวอย่างตะกุกตะกัก ส่วนอวิ๋นฉี่ชิ่งกับอวิ๋นฉี่เสียงโกรธจนตาแดงก่ำ จ้าวซื่อกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาเอ่อล้นอยู่ในดวงตา
“ท่านแม่ บ้านพี่ใหญ่ล้วนเป็นคนซื่อสัตย์ ยิ่ง