แล้วๆ หยุดโวยวายเสียที! เจ้าใหญ่กับเจ้ารองมิใช่คนเช่นนั้น!”
เมื่อเห็นว่าเถาซื่อไม่ยอมฟัง เขาจึงหันไปบอกอวิ๋นโส่วกวง “เจ้าพาภรรยากับลูกๆ ไปหาเจ้ารองที่บ้าน เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน กระดูกหักแต่เส้นเอ็นยังเชื่อมอยู่ [1]! เรื่องรถม้า ให้เขารอไปก่อน”
ผู้เ่าอวิ๋นคิดว่าอวิ๋นโส่วกวงกับอวิ๋นโส่วจงเป็นพี่น้องร่วมมารดากัน หากพวกเขาไปพูดด้วยตัวเอง อวิ๋นโส่วจงก็น่าจะไม่เอาความเรื่องรถม้าแล้ว
อวิ๋นโส่วกวงเอ่ยรับ “เช่นนั้นข้าไปเดี๋ยวนี้”
“ไอ้เด็กอกตัญญูใจร้ายใจดำ! หาไม่เจอรถม้า หากเจ้ารองจะเรียกร้องค่าเสียหายก็ต้องไปเอาจากพวกเจ้า! ถึงตอนนั้นเขาไปฟ้องศาลาว่าการอำเภอ ยายเ่าเช่นข้าถีบขาไล่พวกเจ้าทั้งบ้านไปขายทิ้งเสีย แล้วเอาเงินที่ได้ทั้งหมดไปชดใช้ให้เจ้ารองเอง!” เสียงแหลมเล็กของเถาซื่อดังไล่หลังครอบครัวอวิ๋นโส่วกวง ร่างของอวิ๋นโส่วกวงสั่นเทา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร พาครอบครัวเดินออกไป
ทำไมกัน ทั้งๆ ที่เป็นพวกเขาที่เอาไปขายแท้ๆ แต่กลับโยนความผิดมาให้บ้านพวกเขา
อวิ๋นฉี่เสียงเหลือบมองห้องโถง ในใจทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้น อยากจะหนีไปจากที่นี่ให้ไกลแสนไกล
ทุกคนในครอบครัวของอวิ๋นโส่วกวงเดินไปบ้านของอวิ๋นโส่วจงด้วยหัวใจหนักอึ้ง เมื่อมาถึงหน้าปร