ีแดงได้ปรากฎขึ้นมาที่มือของเขา เขาพุ่งตรงไปที่กลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นในนักนักฆ่าสิบกว่าคนนั้น 6 คนนั้นพุ่งเข้าไปขวางหยางหลิง ขณะที่นักฆ่าที่เหลือพุ่งไปที่เจี้ยนเฉิน แต่ละคนมีสายตาที่เย็นชาแต่ไม่มีจิตสังหารเลยเจี้ยนเฉินละสายตาออกไปจากดาบสีดำนั้น เขาจ้องไปที่นักฆ่าที่กำลังพุ่งมาที่เขาอย่างใจเย็น ในขณะที่มุมปากของเขาบิดอย่างเย้ยหยัน เขาพึมพำเบา ๆ “ดีละทีนี้ ข้าอาจจะได้ทดสอบความแข็งแกร่งของทักษะของข้า” เมื่อครั้งการต่อสู้ที่เรือ เจี้ยนเฉินได้ใช้เวลาสิบกว่าวันที่สำนักงานใหญ่เพื่อที่จะทำความเข้าใจในทักษะธาตุแสง ซึ่งทำให้ทักษะของเขาแข็งแกร่งมากขึ้น“ระเบิดธาตุแสง ! ” เจี้ยนเฉินบ่นเสียงต่ำ พลังเซียนธาตุแสงรอบ ๆ ตัวได้มารวมตัวรอบ ๆ เขาทันที ครั้งนี้ ความเร็วในการรวบรวมนั้นมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า ในตอนนี้ รอบตัวเจี้ยนเฉินเต็มไปด้วยเม็ดฝนที่ส่องแสงอยู่นับไม่ถ้วน
แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะรู้ถึงความทะเยอทะยานอย่างสูงของตระกูลซาร์ แต่เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผู้อาวุโสสูงสุดจะบอกกับเขาตรง ๆ เช่นนี้ นี่ทำให้เขานิ่งงันไป อย่างไรก็ตาม เขารู้ว่าเหตุผลที่ตระกูลซาร์ต้องการให้เขาเข้าร่วมเพื่อจะควบคุมสมาคมเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงผ่านทางเขา ถ้าพวกเขาสามารถจะทำเช่นนั้นได้ ไม่เพียงแต่เขาจะควบคุมสมาคมโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเท่านั้น แต่เขายังได้จอมยุทธที่แข็งแกร่งพอ ๆ กับประธานของสมาคม ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ความแข็งแกร่งข