องตระกูลเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยนิสัยส่วนตัวของเจี้ยนเฉินแล้ว เขาคงจะไม่ยอมเป็นตัวหมากในมือของใครแน่ เขาป้องมือไปที่ผู้อาวุโสสูงสุด “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าต้องขอขอบคุณในความหวังดีของตระกูล แต่หยางยู่เทียนคงต้องทำให้ท่านผิดหวัง”
สายตาของผู้อาวุโสสูงสุดเฉียบคมขึ้น และตาทั้งสองของเขาจ้องเขม็งไปที่เจี้ยนเฉินเหมือนกับดาบแหลมคมที่อยู่นอกฝัก เขาพูดขึ้นมา “หยางยู่เทียน เจ้ายังคงไม่ปรารถนาที่จะเป็นผู้อาวุโสฝ่ายในของตระกูลใช่ไหม?”
“ใช่ ! ” เจี้ยนเฉินมองเข้าไปในตาของผู้อาวุโสสูงสุดโดยไม่แสดงความเกรงกลัวใดใด
สองคนจ้องตากันเขม็งเหมือนไฟช็อตอยู่ซักพักก่อนที่ผู้อาวุโสสูงสุดจะละสายตาออก เขาถอนหายใจเบา ๆ “ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะไม่บังคับเจ้า หยางยู่เทียน เจ้าไปได้แล้ว ! “
เจี้ยนเฉินออกไปอย่างเงียบ ๆ เหลือแค่เพียงผู้อาวุโสสูงสุดที่ยังอยู่ในห้องและกำลังดื่มชาเหมือนที่เขาทำก่อนหน้านี้
“น่าเสียดาย น่าเสียดายจริง ๆ เขาเป็นอัจฉริยะ แต่ไม่มีประโยชน์ต่อตระกูลซาร์ของข้า” นานซักพักผู้อาวุโสสูงสุดก็ถอนหายใจเบา ๆ ออก หลังจากนั้นไม่นาน ชิ้นหยกก็โผล่ขึ้นมาบนมือของเขาและเขาก็บีบมันแตกอย่างไม่ลังเล
ในเวลาเดียวกันนั้น ในตระกูลทั้งแปด ท่าทีที่อยู่ในการควบคุมของทุกคนก็เปลี่ยนไป พวกเขาดึงชิ้นหยกที่แตกออกมาจากแหวนมิติของพวกเขา
“จัดการมัน ! “
..
เมื่อเดินออกจากอาคารที่ผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ หัวหน้าต