แม้ย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ผืนดินที่แข็งกระด้างจากการถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งมาตลอดฤดูหนาว ทำให้การพรวนดินเป็นไปอย่างยากลำบาก
หากมีปศุสัตว์ช่วยก็คงจะต่างกันออกไป เพียงแค่นำคันไถมาติดตั้ง พรวนดินสองสามรอบให้ดินร่วนซุย จากนั้นคนก็พรวนดินอีกครั้ง ก็จะง่ายกว่านี้มาก
แต่ม้าของบ้านอวิ๋นโส่วจงถูกอวิ๋นโส่วจู่น้องชายคนที่สี่นำไปแล้วยังไม่ได้เอามาคืน แม้ในบ้านจะมีผู้ชายทั้งหมดสี่คน แต่คนที่ทำงานหนักได้จริงๆ ก็มีแค่อวิ๋นโส่วจงกับอากุ้ยเพียงสองคนเท่านั้น
โชคดีที่ตอนนี้แค่พรวนดินทำแปลงผัก ไม่จำเป็นต้องพรวนดินทั้งหมดสองหมู่ เพียงแค่พรวนสักสี่ห้าส่วนก่อนก็เพียงพอแล้ว
แม้อวิ๋นฉี่เยว่จะไม่สามารถช่วยพรวนดินในครั้งแรกได้ แต่เขาก็แบกจอบขนาดเล็กกว่าเดินตามหลัง พรวนดินที่ถูกพลิกขึ้นมาให้ร่วนมากยิ่งขึ้น
อวิ๋นเจียวมองอวิ๋นฉี่เยว่ ตอนอยู่ที่เมืองหลวงเขาไม่เคยทำไร่ไถนามาก่อน แต่ตอนนี้พอลงมือทำจริงๆ กลับดูไม่เก้ๆ กังๆ แต่อย่างใด ท่วงท่าของเขาช่างสง่างามน่ามอง
บุรุษรูปงามราวกับหยกอยู่ท่ามกลางขุนเขา ทำไร่ไถนา… เบื้องหน้าอวิ๋นเจียวราวกับมีม้วนภาพวาดหมึกพู่กันจีนอันงดงามเปิดออก งามตาน่ามอง ชวนให้จิตใจอิ่มเอม
“เจียวเอ๋อร์ เจ้ากำลังดูอะไรอยู่?” อวิ๋นฉี่เยว่หยุดพัก ยกมือเช็ดเหงื่อบนใบหน้า “บนหน้าข้ามีสิ่งสกปรกอะ