ไรติดอยู่หรือ?”
อวิ๋นเจียวยิ้มตอบ “ไม่มีหรอกเจ้าค่ะ พี่ชายหน้าตางดงามเกินไป ข้าแค่นึกว่ารออีกสองปีพอท่านแต่งงาน จะต้องแต่งกับหญิงงามถึงจะคู่ควรกับท่าน!”
“ฮ่าๆๆๆ วางใจเถอะ ท่านพ่อจะต้องหาภรรยาที่งดงามมาให้พี่ใหญ่ของเจ้าอย่างแน่นอน!” ได้ยินดังนั้น อวิ๋นโส่วจงจึงหันมามองสองพี่น้องพลางหัวเราะเสียงดัง
อวิ๋นฉี่เยว่หน้าแดงก่ำ รีบปรายตามองบิดาด้วยความขัดเขิน “ท่านพ่อ น้องสาวพูดจาเหลวไหล ท่านไม่ห้ามปรามก็แล้วไปเถิด แต่ยังมาพูดเล่นสนุกไปกับนางอีก!”
อวิ๋นโส่วจง “น้องสาวของเจ้าพูดถูกแล้ว ตอนนี้เจ้าก็อายุสิบสามแล้ว อีกสองปีก็ควรจะเริ่มมองหาภรรยาได้แล้ว!”
ได้ยินดังนั้นคิ้วเรียวสวยของอวิ๋นฉี่เยว่พลันขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับบิดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องแต่งงานของลูกไม่รีบร้อนขอรับ รอให้เจียวเอ๋อร์แต่งงานก่อน ค่อยมาคิดเรื่องงานแต่งของลูกก็ยังไม่สาย”
อวิ๋นเจียวสะพายตะกร้าเดินตามหลังอวิ๋นฉี่เยว่ไปโปรยเมล็ดพันธุ์ผัก พลางเบ้ปาก “ข้าไม่แต่งหรอกเจ้าค่ะ จะขออยู่กับท่านพ่อท่านแม่ไปตลอดชีวิต! ท่านพี่จะรอไหวหรือ?”
อวิ๋นฉี่เยว่ตอบอย่างจริงจัง “รอไม่ไหวก็ไม่ต้องรอ ข้าก็ไม่แต่งเหมือนกัน จะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ไปตลอดชีวิตเหมือนกัน!”
ขณะนั้นอวิ๋นโส่วจงกับอากุ้ยพรวนดินเสร็จแล้วห้าส่วน อากุ้ยไปตักน้ำ ส