่วนอวิ๋นโส่วจงก็ช่วยพรวนดินให้ละเอียดอีกรอบ
“พูดเหลวไหล! ไหนเลยจะมีหลักการที่บุตรสาวโตแล้วยังไม่ออกเรือน บุตรชายโตแล้วก็ไม่ยอมแต่งงาน?”
อวิ๋นเจียวไม่อยากแต่งงานนั้นเป็นความจริง นางชอบครอบครัวนี้ยิ่งนัก คิดว่าแคว้นต้าเยี่ยไม่เหมือนยุคปัจจุบันที่การหย่าร้างทำได้ง่ายดาย หากแต่งงานออกไปแล้วเจอแม่สามีอย่างเถาซื่อ เช่นนั้นชีวิตของนางคงมืดมนเป็นแน่
แต่การไม่แต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผล นางเป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ย่อมโหยหาความรัก…
“เช่นนั้นข้าก็จะรับเขยเข้าบ้าน หากแต่งออกไปแล้วเจอแม่สามีใจร้าย ท่านพ่อท่านแม่จะไม่เสียใจแย่หรือเจ้าคะ?”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง ส่วนแววตาของอวิ๋นฉี่เยว่ก็ดูลึกล้ำขึ้นเล็กน้อย
“อืม เจียวเอ๋อร์พูดถูก ทุกยุคทุกสมัย ฮ่องเต้ล้วนสนับสนุนให้ราษรเป็นคนกตัญญู คำว่า ‘กตัญญู’ คำเดียวสามารถกดขี่ข่มเหงผู้คนได้จนถึงตาย เจียวเอ๋อร์ของพวกเราไม่ต้องแต่งงานออกไปแล้ว รับเขยเข้าบ้าน! ตกลงตามนี้!” บุตรสาวที่เฝ้าเลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดี เขาจะตัดใจยอมส่งไปให้คนอื่นรังแกได้อย่างไร
ลองนึกถึงตัวเองเป็นตัวอย่าง หากตอนที่เขาอายุสิบสามปีไม่ได้ถูกตัดออกจากครอบครัว ไม่ได้แยกบ้านออกมาจากตระกูลอวิ๋น ตอนนี้พาลูกๆ และทรัพย์สินกลับมา ก็คงเป็นอย่างที่เถาซื่อพูด ทุกสิ่งที