สียอิสรภาพแล้วเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในสมาคม แม้แต่พวกเขาพยายามที่จะหนี พวกเขาก็จะถูกจับมาอีกครั้งด้วยผู้ยอดยุทธจากตระกูลทั้งสาม” ลุงเซี่ยพูด
เจี้ยนเฉินบูดบึ้ง ข้อมูลที่ลุงเซี่ยบอกเขานั้นทำให้เขาต้องโยนเรื่องเกี่ยวกับสมาคมเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงที่เขาเคยคิดทิ้งไปเลย
ทันใดนั้นเอง เจี้ยนเฉินก็คิดบางอย่างออก เขาถาม “ท่านลุงเซี่ย จะมีใครจำเสือขาวได้หรือไม่ ? “
ลุงเซี่ยมองไปที่เสือขาวที่กำลังหลับอยู่บนไหล่ของเจี้ยนเฉิน “ในทวีปเทียนหยวนนั้น มีน้อยกว่าสิบคนที่จดจำพยัคฆ์ปีกเทวะได้ และไม่มีคนเหล่านั้นอยู่ในสามจักรวรรดิใหญ่ ดังนั้น เจี้ยนเฉิน เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าจะต้องไม่เปิดเผยตัวของพยัคฆ์ปีกเทวะให้ใครเห็นก่อนที่มันจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 สัตว์อสูรระดับ 7 สามารถรู้สึกการยับยั้งได้จากสายเลือดของเทพเจ้าสัตว์ในพยัคฆ์ปีกเทวะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ภาระที่หนักอึ้งในใจของเจี้ยนเฉินก็เหมือนจะพังทลายลง เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นตอนนี้
“เจี้ยนเฉิน ข้าบอกสิ่งที่เจ้าจำเป็นจะต้องรู้ไปหมดแล้ว ข้าเชื่อว่าเจ้าจะตัดสินใจเลือกทางที่ฉลาด ไปเถอะ ! ” ด้วยคำพูดนั้น ลุงเซี่ยก็หายไปอย่างไร้เสียงใด และในเวลาเดียวกันนั้น ม่านพลังใสที่อยู่รอบโต๊ะก็ได้หายไปด้วย
ทันทีที่ม่านพลังนั้นหายไป เจี้ยนเฉินก็ได้ยินเสียงดังหึ่ง ๆ ของโรงเตี้ยม อย่างไรก็ตาม ผู้คนที่นั้นไม่รู้เรื่องเลยว่าชายชราที่นั่งอยู่ข้างหน