่งทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยกระดาษสีแดงและผู้คนมากมายในเครื่องแต่งกายหลายแบบกำลังยุ่งอยู่ด้านใน ด้วยเสียงของผู้คนที่ตะโกนไปมา โคมแดงและประทัดถูกแขวนไว้ทั่วบริเวณ ทำให้ทั้งบริเวณเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกสดชื่น มันดูมีชีวิตชีวามากจริง ๆ
ทันใดนั้นเอง คนหนุ่มที่วาดลายที่หน้าในชุดเสื้อหนังจิ้งจอกก็รีบวิ่งไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของบริเวณนั้น ในที่สุด เขาก็หยุดหน้าโถงที่มียามคุมหนาแน่น เขาคุกเข่าลงและพูด “รายงานหัวหน้า ข้ามีบางอย่างสำคัญต้องแจ้ง”
“ว่ามา ! ” เสียงที่สง่างามและหนักแน่นดังสะท้อนมาจากห้องโถง จากเสียงที่ได้ยิน มันเดาไม่ยากว่าเสียงที่พูดคือเสียงของชายวัยกลางคน
“หัวหน้า มีกลุ่มคนอยู่ที่ด้านล่างของภูเขากำลังมุ่งตรงขึ้นมาที่บนยอดนี้ มันมีประมาณพันคน” คนหนุ่มนั้นกล่าวอย่างเคารพ
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด พวกมันน่าจะเป็นตระกูลเทียนฉินจากเมืองหว่าลู่เหริน ในอาณาจักรซูหยา” เสียงที่สง่างามนั้นดังกังวานออกมาจากห้องโถงนั้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มันปนไปด้วยความเยาะเย้ยในน้ำเสียงครั้งนี้
“หัวหน้าช่างมองการณ์ไกลจริง ๆ ที่เดาถูกเลยตั้งแต่ครั้งแรก ไม่มีอะไรหลุดลอดสายตาของหัวหน้าไปได้” คนหนุ่มที่เข้ามาแจ้งเรื่องรีบประจบหัวหน้า
เสียงหัวเราะที่เยือกเย็นและเสียงดังโวกแวกดังออกมาจากห้องโถง “หลายศตวรรษแล้วนะที่ไม่มีใครย่างหลายมาที่ภูเขามังกรขนด และตอนนี้ ตระกูลเทียนฉินก็กำลังจะมาถึง ข้าไม่คิดมาก่อนเลย