เรื่องที่ทำให้อวิ๋นเจียวรู้สึกพูดไม่ออกมากกว่าเดิมก็คือ อาหารเย็นของญาติผู้หญิงในตระกูลอวิ๋นใช้วิธีแบ่งอาหารกัน!
หลังจากที่ทุกคนนั่งประจำที่แล้ว เถาซื่อก็ใช้ทัพพีตักโจ๊กใส่ชามให้ทุกคน จากนั้นก็แบ่งแป้งแผ่นให้คนละแผ่น
เพียงแต่ตอนที่นางตักโจ๊กนั้น ก็มีวิธีการของนาง ชามแรกที่นางตักให้คือจ้าวซื่อสะใภ้ใหญ่ อวิ๋นเจียวเห็นว่าในทัพพีนั้นไม่มีเมล็ดข้าวอยู่เลยแม้แต่เมล็ดเดียว
ชามที่สองที่นางตักให้คือเฉาซื่อ ดูเหมือนจะดีกว่าเล็กน้อย อย่างน้อยก็ยังเห็นเมล็ดข้าวอยู่บ้าง
ชามที่สามที่นางตักให้คืออวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ บุตรสาวคนโตของเฉาซื่อ ในชามก็ไม่มีเมล็ดข้าวอยู่เลยแม้แต่เมล็ดเดียว จากนั้นนางก็ข้ามอวิ๋นหลานเอ๋อร์ไป แล้วตักโจ๊กที่ข้นกว่าให้หลิ่วซื่อ ส่วนชามของอวิ๋นฉี่รุ่ยนั้นยิ่งข้นกว่า
พอถึงตาฟางซื่อและอวิ๋นเจียว การปฏิบัติก็เหมือนกับตอนที่นางตักให้จ้าวซื่อสะใภ้ใหญ่ เป็นโจ๊กใสๆ ที่ไม่มีเมล็ดข้าวอยู่เลยแม้แต่เมล็ดเดียว
พอถึงตาของตัวนางและอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ น้ำโจ๊กในหม้อนั้นก็แทบจะหมดแล้ว เหลือเพียงข้าวเน้นๆ อยู่ก้นหม้อ
ต่อมาก็เป็นการแจกจ่ายแป้งแผ่น การปฏิบัติก็ไม่ต่างจากตอนตักโจ๊ก ยิ่งโจ๊กในชามของใครใสมากเท่าไร แป้งแผ่นที่ได้ก็ยิ่งเล็กเท่านั้น ในทางกลับกัน ยิ่งโจ๊กข้นมากเท่าไร แป้งท